แนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการโครงการวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นไปตามแผนงานและเสร็จตามกำหนดเวลา

  1. โครงการวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ต้องเริ่มดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้
  2. ในกรณีที่งบประมาณโครงการวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มาล่าช้า ให้หัวหน้าโครงการยืมเงินรายได้คณะดำเนินการไปก่อน ซึ่งสามารถยืมได้ร้อยละ 30 ของเงินงวดที่ได้รับ  เพื่อป้องกันการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน  โดยคณะได้กำหนดไว้เป็นแนวปฏิบัติการยืมเงินรายได้คณะสำหรับกรณีงบประมาณล่าช้า
  3. คณะมีการกำหนดเวลาในการติดตาม การแจ้งเตือน การรายงานความก้าวหน้า การส่งรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อช่วยกระตุ้นให้หัวหน้าโครงการ เร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน  โดยกำหนดเป็นปฏิทินการติดตามการดำเนินงานโครงการ บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
Categories: วิจัย | Leave a comment

สรุปแนวปฏิบัติที่ดีในการเขียนข้อเสนอโครงการ การรายงานผลการดำเนินโครงการ และการวัดผลการดำเนินโครงการเงินงบประมาณรายได้คณะบริหารศาสตร์

ประเด็นแนวปฏิบัติที่ดีการเขียนข้อเสนอโครงการ

1) หลักการและเหตุผล
กล่าวถึงปัญหาและสาเหตุและความจำเป็นที่ต้องมีการจัดทำโครงการ หาเหตุผล หลักการ ทฤษฎี แนวทางนโยบายของสถาบัน/รัฐบาล ตลอดจนความต้องการในการพัฒนาในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นความสำคัญของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ควรมีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยเพื่อที่ผู้อนุมัติโครงการจะได้ตัดสินใจสนับสนุนโครงการต่อไป
2) วัตถุประสงค์
– เป็นการระบุถึงเจตจำนงในการดำเนินงานของโครงการ
– ต้องสามารถวัดและประเมินผลได้ เช่น เพื่อกล่าวถึง เพื่ออธิบาย เพื่อพรรณนาถึง เพื่อจำแนกแยกแยะ เพื่อสร้างเสริม เพื่อกำหนดรูปแบบ เพื่อแก้ปัญหา เป็นต้น
3) ตัวชี้วัดโครงการ
กำหนดเกณฑ์มาตรฐานของความสำเร็จที่วัดตามวัตถุประสงค์โครงการ วัดในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ พร้อมระบุถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่คาดว่าจะได้จากการดำเนินโครงการ โดยจะระบุทั้งผลที่เป็นเชิงปริมาณและผลเชิงคุณภาพ
3.1) ตัวชี้วัดวัตถุประสงค์โครงการ ประเมินตามวัตถุประสงค์ของ
โครงการ
3.2) ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ, จำนวน
ผลงานทางวิชาการ
3.3) ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เช่น ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม
โครงการ, ร้อยละผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์ (Pre-
test/Post-test)
3.4) ตัวชี้วัดค่าใช้จ่าย ไม่เกินวงเงินอนุมัติ

4. ระยะเวลาดำเนินโครงการและระยะเวลาในการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ
ระบุระยะเวลาเริ่มต้นโครงการ และระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันสุดท้ายของการดำเนินกิจกรรมในโครงการ

5. แผนปฏิบัติงาน หรือปฏิทินโครงการ
เป็นตารางที่แสดงให้เห็นว่าผู้ดำเนินโครงการวางแผนลงมือทำกิจกรรมในช่วงดำเนินโครงการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการว่าแต่ละกิจกรรมจะเกิดขึ้นเมื่อไร โดยเรียงลำดับตามช่วงเวลา หรือ กระบวนการ PDCA

6. งบประมาณรายจ่าย
ตามระเบียบการเงินคณะบริหารศาสตร์

7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ระบุว่าใครจะได้รับผลประโยชน์และผลกระทบหรือมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไร ทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

ประเด็นแนวปฏิบัติที่ดีการเขียนรายงานผลการดำเนินโครงการ 1 ส่งเอกสารเบิกจ่ายโครงการและรายงานผลการดำเนินโครงการ ภายใน 30 วัน นับจากวันสุดท้ายของการจัดกิจกรรม
2 ) การเขียนคำนำ
(ย่อหน้าแรก) ให้เขียนสรุปชื่อโครงการ….วัตถุประสงค์โครงการ…เป้าหมายโครงการ….หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบ…. (ดูจากโครงการ)
(ย่อหน้าที่สอง) ให้เขียนสรุปว่าได้ดำเนินการโครงการนี้ ที่ไหน / เมื่อไหร่ / มีขั้นตอนดำเนินการที่สำคัญอย่างไร / ได้ผลทั้งด้านปริมาณเท่าไหร่ และหรือมีคุณภาพของผลงานอย่างไร ผลการดำเนินการโครงการสรุปได้ดังนี้ …
(ย่อหน้าสุดท้าย) สรุปผลการประเมินตามวัตถุของการประเมินโครงการว่าบรรลุหรือไม่อย่างไร(ประสิทธิผลของโครงการ) รวมทั้งความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยสรุปเป็นภาพรวมและบอกเพียงค่าเฉลี่ยหรือร้อยละและเขียนปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการต่อไป

การวัดผลการดำเนินโครงการ
1) การประเมินผลโครงการ ควรวัดความสำเร็จของโครงการตามวัตถุประสงค์โครงการได้ (นำวัตถุประสงค์โครงการมาปรับเป็นคำถามในแบบประเมินโครงการ)
2) วิธีการประเมินโครงการ ใช้วิธีสำรวจการคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการ โดยใช้แบบประเมินโครงการ หรือการสอบถามด้วยคำถามปลายเปิดเพื่อให้แสดงความคิดเห็น
3) แบบประเมินควรกำหนดให้สอดคล้องกับการนำไปใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษา
4) ผู้รับผิดชอบโครงการควรมีข้อเสนอแนะในการปรับปรุง/พัฒนา การดำเนินโครงการในครั้งต่อไป

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

แนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารหลักสูตรเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2558 คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

1. แนวปฏิบัติที่ดีการจัดการข้อร้องเรียนของนักศึกษา 1.
1.1 ประชาสัมพันธ์เรื่องช่องทางการร้องเรียน ประกอบด้วย
1.1.1 การยื่นคำร้องทั่วไปด้วยตนเองที่งานวิชาการ คณะ
บริหารศาสตร์ (กรณีขอตรวจสอบผลการเรียน ภายใน
30 วัน นับจากวันประกาศผลการเรียน)
1.1.2 กล่องรับความคิดเห็น ที่ติดตั้งบริเวณชั้น 1 คณะบริหาร
ศาสตร์
1.1.3 สายด่วนคณบดี
1.2 จัดทำสายด่วนถึงคณบดีในเวบไซด์คณะ โดยผู้รับผิดชอบ (หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ) รายงานปัญหาต่อคณบดี ประสานผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อร้องเรียน และรายงานผลการแก้ไขข้อร้องเรียนเสนอต่อคณบดี ประชุมคณะกรรมการวิชาการฯ คณะกรรมการประจำคณะ

2. ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา : จัดทำคู่มือการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา

3. การทวนสอบทางการเรียนของนักศึกษา
3.1 หลักสูตรเชิญผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเป็นกรรมการทวนสอบ
ผลสัมฤทธิ์ประจำภาคการศึกษา
3.2 งานวิชาการ ขออนุมัติงบประมาณในการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิฯ
เป็นกรรมการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประจำภาคการศึกษา

4. ผลประเมินการจัดการเรียนการสอน
ให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณานำข้อเสนอแนะ/ข้อร้องเรียนของนักศึกษา จากผลประเมินรายวิชา โดยเฉพาะประเด็นที่นักศึกษากล่าวถึงซ้ำๆ นำไปปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอน นำเสนอแนวทางแก้ไข และผลการแก้ไขต่อที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการฯ

5. การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา
5.1 ส่งเสริมให้นักศึกษามีพฤติกรรมที่เหมาะสม
5.1.1 ส่งเสริมให้นักศึกษาแต่งกายถูกระเบียบในการเข้าเรียน
การเข้าสอบ และการติดต่อราชการ
5.1.2 ส่งเสริมให้นักศึกษาประพฤติตัวให้ถูกกาลเทศะ
5.1.3 ส่งเสริมให้นักศึกษามีความตรงต่อเวลา

5.2 พัฒนานักศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการฝึกงาน/การ
ประกอบอาชีพ
5.2.1 อบรมการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
5.2.2 อบรมภาษาอังกฤษ/การให้ความรู้เพื่อแก่นักศึกษา
เพื่อสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
5.2.3 การพัฒนาบุคลิกภาพ

6. สร้างมวลวิกฤติของบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีการติดตามความก้าวหน้าของบัณฑิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาประชาสัมพันธ์หลักสูตรและนำมาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาปัจจุบัน

7. การสอนชดเชย : อาจารย์ประจำวิชาต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อลงเวลาในวันที่กำหนดให้มีการสอนชดเชย

8. ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจำคณะบริหารศาสตร์ กำหนดให้อาจารย์ต้องทำผลงานทางวิชาการ โดย
8.1 อาจารย์ที่ไม่มีตำแหน่งทางวิชาการ ต้องทำผลงานอย่างน้อย 1 ชิ้นในรอบ 5 ปีงบประมาณ
8.2 ผศ. ต้องทำผลงานอย่างน้อย 1 ชิ้น ในรอบปีงบประมาณ
8.3 รศ. ต้องทำผลงานอย่างน้อย 2 ชิ้น ในรอบปีงบประมาณ
ทั้งนี้ หากไม่ทำตามแนวปฏิบัติที่กำหนด จะไม่มีสิทธิ์ได้รับผลประเมินในระดับดีเด่น แม้ว่าคะแนนประเมินจะถึง 90 แล้วก็ตาม (เสนอขอหารือในที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะฯ)

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

มองอินเดียใหม่ ความท้าทายและโอกาสที่คาดไม่ถึง

โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ชาวไทยหรือแม้แต่นักธุรกิจชาวไทยมีภาพจำว่าอินเดียเป็นประเทศที่ยากจน และ สาธารณูปโภคไม่ดี ไม่ได้รับการพัฒนาให้เท่าเทียมกับโลกภายนอก ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอินเดียไม่มีกำลังซื้อสินค้าของบริษัทที่จะเข้าไปทำธุรกิจในอินเดีย จึงทำให้นักธุรกิจชาวไทยเสียโอกาสอย่างสูง ทั้งนี้มูลค่าการค้าระหว่างไทย และ อินเดีย มีเพียง 8 พันกว่าล้านบาทต่อปีเท่านั้น วิทยากรได้ชี้ให้เห็นว่าประชากรอินเดียกว่าพันล้านคนแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ฐานะทางเศรษฐกิจต่างกันสูงมาก ประชากรในแต่ละภูมิภาคมีเชื้อฃาติ ภาษาที่ใช้แตกต่างกันกว่า 100 เชื้อชาติและภาษา บริบททั่วไปคล้ายกับทุกประเทศคือมีทั้งยากจน ปานกลาง และร่ำรวย ประการสำคัญกลุ่มที่มีฐานะปานกลางในปัจจุบันมีความต้องการบริโภคสินค้าที่มีการนำเข้า หรือผลิตโดยบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานในอินเดียเป็นอย่างมาก ส่วนประชากรที่มีฐานะร่ำรวยนั้นมีจำนวนมากพอสมควร และ มีทรัพย์สินมากกว่ามหาเศรษฐีในประเทศไทยด้วยซ้ำ
โดยโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยที่มีความต้องการจากชาวอินเดียมีสูงมาก เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวอินเดียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความต้องการสินค้าจากประเทศไทย เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน ตัวอย่างจากบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เข้าไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียเพื่อจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เครื่องใช้ จาน ชาม ช้อน กระปุกถนอมอาหาร โดยใช้กลยุทธ์การขายตรง สู่ผู้บริโภค พนักงานขายเป็นแม่บ้านชาวอินเดียเป็นตัวแทนขายตรง ราคาสินค้าถือเป็นราคาระดับพรีเมี่ยม ผู้บริโภคมีความต้องการสูงมาก ถึงกับว่าเป็นเครื่องใช้ที่แสดงถึงฐานะทางสังคมที่ดี และ มีไว้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยม จะเป็นการให้เกียรติอย่างสูงต่อผู้มาเยี่ยมอย่างสูง ในการบรรยายยังได้เชิญผู้ประกอบการไทยที่ไปดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆในอินเดีย และ นักวิชาการ นักวิจัย ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเทศอินเดียมาให้มุมมองที่แตกต่างไปจากที่ชาวไทยมีภาพจำอยู่เสมอ
โอกาสด้านสินค้าเกษตร เช่น ดอกกล้วยไม้ไทย ถือเป็นดอกไม้ที่แสดงถึงฐานะความร่ำรวยของชาวอินเดีย หากจะจัดงานแต่งงาน หรือจัดงานพิธีการต่างๆต้องใช้ดอกกล้วยไม้จากประเทศไทยเท่านั้นจึงจะแสดงถึงฐานะทางสังคมชั้นสูง หากใช้ดอกไม้อื่นๆ หรือดอกกล้วยไม้จากที่อื่นถือว่าไม่ร่ำรวย เป็นต้น ผลไม้ต่างๆที่ส่งจากประเทศไทยไปยังอินเดียก็ได้รับความนิยมเช่นกัน รองอธิบดีกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอให้นักธุรกิจชาวไทยที่ประกอบธุรกิจน้ำผลไม้บรรจุขวด หรือ กล่องUHT เข้าไปลงทุนในอินเดียเนื่องจากอินเดียก็มีผลไม้หลากหลายเช่นไทย แต่ยังไม่มีการแปรรูปใดๆเลย ทั้งที่รสชาติดีเทียบเท่ากับผลไม้ไทย โดยส่วนมากผลไม้แปรรูปทุกชนิด รวมถึงน้ำผลไม้จะมีการนำเข้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ ท่านรองอธบดีจึงอยากเสนอให้นักธุรกิจไทยลองมองโอกาสนี้ไปตั้งโรงงานแปรรูปผลไม้เช่น โรงงานผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้ดอง และ น้ำผลไม้จะสามารถทำตลาดได้ดีเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคของอินเดียจะนิยมของขบเคี้ยวแบบคนไทย
ธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไหม ชาวอินเดียวนิยมนำผ้าไหมจากไทยไปตัดเย็บส่าหรี และชุดในงานพิธีมงคลต่างๆ รวมถึงผ้าย้อมครามต่างๆ ในอินเดียก็มีวัฒนธรรมผ้าแบบเดียวกับคนไทยจึงถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นโอกาสที่นักธุรกิจไทยควรจะศึกษาหาช่องทางเข้าไปลงทุนในอินเดีย ซึ่งนักออกแบบไทยสามารถออกแบบลวดลายให้ตรงกับความต้องการของผู้บรโภคชาวอินเดียได้อย่างดีอยู่แล้ว
ธุรกิจยาและเคมีภัณฑ์ในอินเดีย ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งมาก โดยอินเดียมีโรงงานยาที่ได้มาตรฐานโลกอยู่จำนวนมาก และ มีต้นทุนในการผลิตถูกมาก ในปัจจุบันบริษัทยาชั้นนำของโลกจากยุโรป และ อเมริกาเข้ามาตั้งโรงงานผลิตยาเพื่อส่งขายใน ยุโรป อเมริกา และทั่วโลกจำนวนมาก ยาที่ผลิตจากอินเดียมีคุณภาพสูงเทียบเท่าหรือสูงกว่าโลกตะวันตกเลยทีเดียว
อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และ software จากอินเดียก็ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพสูงที่สุดในโลก และมีต้นทุนในการผลิตต่ำมาก
ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ผู้บรรยาย ให้ข้อคิดว่าเราควรจะมองอินเดียใหม่ เพราะอินเดียไม่ใช่แหล่งงผลิตของดีราคาถูกแต่เพียงอย่างเดียวเช่นในอดีตอีกแล้ว หากแต่กำลังซื้อและ ความต้องการบริโภคสินค้าคุณภาพดีจากทั่วโลกยังมีอีกสูงจากผู้บริโภคในอินเดีย ผู้บรรยายให้แนวคิดว่าหากเราสามาถเข้าถึงผู้บริโภคเพียง 20%ของผู้บริโภคทั้งหมดในอินเดีย ยอดขาย/รายได้จะสูงกว่าที่เราทำธุรกิจในประเทศไทยด้วยซ้ำ จึงอยากจะให้ชาวไทยเรา “มองอินเดียใหม่ แล้วเราจะพบกับความท้าทายและโอกาสที่คาดไม่ถึง” เลยทีเดียว

บันทึกโดย สุมาลี เงยวิจิตร

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

ถนนสายศาสตราจารย์ บนกลีบกุหลาบ

ศ.ดร.เฉลิมชนม์ สถิระพจน์

แนวทางการขอตำแหน่งวิชาการ มุ่งหน้าทำวิจัยและตั้งเป้าหมายชัดเจน โดยมีวิธีการมองเป้าหมายว่า จะต้องมีขอตำแหน่งให้ทันตามแผน เพื่อป้องกันการพลาดจากการยื่นขออันเนื่องมาจากการเปลี่ยนเกณฑ์การยื่น ต้องมีการก้าวเดินให้ไวและเป็นไปตามแผน วิธีการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการมีสองวิธีคือ วิธีแรกเป็นวิธีปรกติ โดยการยื่นตำราและผลงานวิจัย ส่วนวิธีที่สองเป็นวิธีพิเศษ โดยการยื่นตำราอย่างเดียวหรืองานวิจัยอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จในการยื่นขอตำแหน่งวิชาการคือ ประการแรกคือ ใจ จะต้องปรับทัศนคติ โดยจะต้องเชื่อว่าเราทำได้ เราจะทำได้ ประการที่สอง คือ กระบวนการ เป้าหมายต้องชัดเจนและมีวิธีการมารองรับเป้าหมาย ประการที่สามคือ ความอดทน การปีนขึ้นสู่ที่สูง มีความยาก และเหนื่อยมาก จะต้องอดทนและต้องมี ความรักในสิ่งที่ทำ มีแรงบันดาลใจที่สร้างด้วยตัวเอง

Categories: วิจัย, วิชาการ | Leave a comment

หลักสถิติเพื่องานวิจัยสมัยใหม่และเทคนิคการใช้สถิติกับงานวิจัย

ผศ.ดร.อนุภาพ สมบูรณ์สวัสดี

งานวิจัยสมัยใหม่ควรจะเป็นงานวิจัยที่เป็นทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เนื่องจากงานวิจัยเชิงปริมาณจะให้ผลวิจัยที่เชื่อถือได้จากกลุ่มตัวอย่าง ข้อมูลและวิธีการวัดที่มีการวิเคราะห์แบบเป็นระบบ และการวิจัยเชิงคุณภาพจะให้ผลวิจัยที่ให้เนื้อหาและการนำเสนอที่มีความหมายและเหตุผล สถิติจึงมีบทบาทในงานวิจัยในการเป็นเครื่องมือในการสรุปข้อมูลที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างด้วยความเชื่อมั่น องค์ประกอบที่สำคัญของงานวิจัยได้แก่ คำถามวิจัย ประชากร และข้อมูลหรือตัวแปร โดยการที่จะทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบแก่โจทย์วิจัยอย่างเป็นระบบต้องอาศัยเทคนิคสถิติ ดังนั้น ในการทำวิจัยที่ดีจึงต้องมีการเก็บกลุ่มตัวอย่างที่ดี เลือกใช้ข้อมูลให้เหมาะสมกับสถิติที่จะใช้วิเคราะห์ข้อมูล

Categories: วิจัย | Leave a comment

การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเดี่ยว/ชุดโครงการ

ศิลป์ชัย นิลกรณ์

การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยต้องรู้และเข้าใจในสองส่วนคือ แหล่งที่ให้ทุนและตัวผู้วิจัย ในด้านของแหล่งที่ให้ทุน ต้องทราบความต้องการของแหล่งทุนหรือ TOR ส่วนในด้านของตัวผู้วิจัย วิธีการเขียนและวิธีการขอทุนต้องทราบถึงแหล่งทุนภายในหน่วยงานของผู้วิจัย แหล่งทุนผ่านเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ และแหล่งทุนภายนอกอื่นๆ

แนวทางการประเมินข้อเสนอโครงการวิจัย แบ่งเป็นดังนี้

  • 10 เปอร์เซ็นต์ พิจารณาโจทย์วิจัยว่ามีความสอดคล้องกับแผนงานและนโยบายของชาติในระดับต่างๆ หรือไม่
  • 20 เปอร์เซ็นต์พิจารณาปัจจัยการวิจัย อันได้แก่ ความสำคัญและที่มา ปัญหา โจทย์วิจัย วัตถุประสงค์ ความพร้อม ทฤษฎี สมมติฐาน
  • 20 เปอร์เซ็นต์พิจารณากระบวนการวิจัย อันได้แก่ ระเบียบวิธีวิจัย ความชัดเจนของแผนโครงการ งบประมาณ เป็นต้น
  • 20 เปอร์เซ็นต์พิจารณาผลการวิจัยว่าตอบโจทย์วิจัยหรือวัตถุประสงค์หรือไม่ ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มหรือไม่
  • 30 เปอร์เซ็นต์พิจารณา ผลลัพธ์/ผลกระทบ ว่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ หรือเศรษฐกิจอย่างไรนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการ ทำการวิจัยสาขาเดียว ส่วนชุดโครงการวิจัยมักเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีความเชื่อมโยงกับโครงการวิจัยอื่นๆ ส่วนมากนำไปใช้ประโยชน์ในทางพาณิชย์หรือแก้ปัญหาได้ มีการทำวิจัยหลายสาขา
  • ความแตกต่างของโครงการวิจัยเดี่ยวกับชุดโครงการวิจัย โครงการวิจัยเดี่ยวมักเป็นโครงการขนาดเล็ก มีความเชื่อมโยงกับโครงการวิจัยอื่นน้อย ส่วนมาก
Categories: วิจัย | Leave a comment

โปรแกรมสำเร็จรูป Point of Sale (POS)

ปัจจุบัน มีร้านอาหารใหม่ๆ มากขึ้น หลากหลายรูปแบบที่ดึงดูดลูกค้า การบริการที่ดีและรวดเร็วเป็นอีกส่วนที่ทำให้ลูกค้าเข้าใช้บริการมากขึ้น การนำเทคโนโลยีและโปรแกรมมารวมกันจะได้ระบบที่ช่วยให้สามารถบริหารงานได้ง่ายขึ้น  โปรแกรมสำเร็จรูป Point of Sale (POS) ช่วยในการคำนวณ รายรับ-รายจ่ายเอง รวมไปถึงช่วยวางแผนการขายในแต่ละวันได้ รายละเอียดข้อมูลการใช้วัตถุดิบ ตรวจสอบยอดขาย การรับ Oder อาหาร การตรวจสอบวัตถุดิบคงเหลือ ดูยอดขายต่อวัน เพื่อทำให้ร้านอาหารมีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการทำงานของโปรแกรม เช่น

เมนูอาหาร – เครื่องดื่ม

  • กำหนดประเภทของอาหาร เครื่องดื่ม เป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อง่ายต่อการค้นหา
  • ยกเลิก แก้ไข เพิ่ม รายการอาหารและเครื่องดื่มแต่ละ รายการได้ และจะมีการส่งข้อมูลที่ปรับปรุงไปยังฝ่ายต่าง ๆ ทันที
  • กำหนดรูปภาพอาหารได้เพื่อให้เมนูอาหารดูน่าสนใจมากขึ้น
  • กำหนดเครื่องปรุงต่างๆ ไว้ในระบบได้
  • กำหนดส่วนประกอบของอาหาร ให้กับอาหารแต่ละอย่างว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และใช้ปริมาณเท่าไหร่

การสั่งอาหาร

  • สั่งพิมพ์ออเดอร์ออกครัว ได้ไม่จำกัด
  • สั่งอาหารโดยใช้หน้าจอสัมผัส (Touch Screen) เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน
  • ส่ง Oder ที่จุดเดียว แล้วโปรแกรมจะทำการแยกพิมพ์ Oder ไปยังฝ่ายตางๆ ได้ เช่นอาหารแยกไปที่ครัว หรือเครื่องดื่มแยกไปที่บาร์ได้
  • ยกเลิก แก้ไข หรือสั่ง Oder เพิ่มได้อย่างรวดเร็ว และจะมีการส่งข้อมูลที่ปรับปรุงไปยังฝ่ายต่าง ๆ ทันที
  • รองรับการสั่งอาหารตามเงื่อนไขลูกค้าได้ เช่น ลูกค้าอาจไม่ใส่หัวหอม เผ็ดน้อยได้ เป็นต้น
Categories: อบรม-สัมมนา | Leave a comment

การเตรียมตัวเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการและการเขียน กพอ.03 ระดับ ผศ.

มี อ. หลายท่านอาจจะกำลังเตรียมตัวเข้าสู่วิชาการ ตำแหน่ง ผศ. เพื่อความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ และเพื่อการเรียนการสอนก็ตาม หลังจาก การเจ้าหน้าที่ ของมหาวิทยาลัยได้มาให้ความรู้เรื่อง การส่งเสริมการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา น่าจะมีบางท่านไม่ได้เข้ารับการอบรม ดังนั้นเนื้อหาที่สรุปในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่มุมมองของผู้เขียน อาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ะจะขอสรุปเพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับบางท่านที่ขอยื่น ผศ. ดังนี้

ประเภทผลงานทางวิชาการทั่วไป

  1. บทความวิชาการ  บทควาที่ทำการรีวิว ค้นหาจากแหล่งความรู้ต่างๆ ในประเด็นที่สนใจ (จำนวนผลงานอย่างตำ 1 ชิ้น ที่มีสัดส่วน ครบ 100%)
  2. บทความวิจัย บทความที่ได้องค์ความรู้จากผลการวิจัย (จำนวนผลงานอย่างตำ 1 ชิ้น ที่มีสัดส่วน ครบ 100%)
  3. ตำรา มีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้ มีเนื้อหาตาม มอค.3 และนำไปเผยแพร่ให้กับ นักศึกษาในวิชา อย่างต่ำ 1 เทอม ในระดับ ผศ. ส่วนใหญ่ใช้ ตำรา
  4. หนังสือ  เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นผลงาน ขอยื่น รศ.

ขั้นตอนการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมเอกสารประกอบการ โดยจัดทำเอกสารประกอบการสอนด้วยไฟล์ Microsoft word 1 วิชา (ในกรณีสอนร่วม ยังคงจำเป็นต้องทำเอกสารประกอบการสอนเต็มเนื้อหาทั้งหมด)

หมายเหตุ : เนื้อหาที่ใช้เป็นเอกสารประกอบการสอน ต้องมีเนื้อหาที่แตกต่างจากตำราที่ยื่นขอตำแหน่ง

ขั้นตอนที่ 2 การยื่นสอบสอน มีขั้นตอนดังนี้

  1. ทำบันทึกข้อความยื่นขอสอบสอนกับงานบุคคล
  2. ทำบันทึกข้อความแจ้งงานโสตทัศนูปกรณ์ให้บันทึดวีดีโอ
  3. งานบุคคลส่งผลงาน (เอกสารประกอบการสอน + วีดีโอ) เพื่อให้กรรมการประเมิน (รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร คณบดี รองวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาขา ประธานหลักสูตร ผู้ทรงภายนอก 1 ท่าน)
  4. ประกาศผลสอบ
  5. เมื่อประเมินผ่านจะมีระยะ 2 ปี นับจากวันที่อนุมัติผลการสอบ

หมายเหตุสำคัญ **** การยื่นสอบสอบ สามารถทำไปพร้อมกับการยื่นของตำแหน่งได้ ใช้ในกรณีที่ อ.มีผลงานพร้อมแล้ว (คณะเรามี อ. บางท่านใช้วิธี ซึ่งข้อดีช่วยทำให้เร็วขึ้น)

ขั้นตอนที่ 3 การทำผลงาน  เช่น ตำรา บทความวิชาการ บทความวิจัย

สาระสำคัญกรณีการทำตำรา ต้องมีดังนี้

  1. การจัดทำ ISBN โดยยื่นขอ Online กับเว็บไซต์หอสมุดแห่งชาติ ซึ่งขอได้ในวันเดียว
  2. คำนำ
  3. สารบัญ
  4. เนื้อหาตาม มคอ.3 + แบบฝึกหัดท้ายบท
  5. บรรณานุกรม
  6. ดัชนี
  7. ประวัติผู้เขียน

เมื่อได้ตำราเสร็จเรียบร้อย มีขั้นตอนดังนี้

  1. ทำบันทึกของจัดทำตำรากับคณะ เพื่อให้ Reader ผ่านผลงาน
  2. ทำบันทึกขอใช้ตำราเพื่อเผยแพร่ 1 ภาคการศึกษากับคณะ + ห้องมุดมหาวิทยาลัยอุบลฯ + ห้องสมุดภภายนอกอย่างต่ำ 4 แห่ง

ขั้นตอนที่ 4 การยิื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ

โดย กรอก กพอ. 3 + หลักฐานสัดส่วนผลงานร่วมกับ อ.ท่านอื่น

ทั้งนี้ งานบุคคลจะช่วยตรวจสอบความถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 4 รับฟังผลการขอยื่นตำแหน่ง ในระหว่างรอผลการประเมิน อ. สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

 

ปล. รายละเอียดสามารถ เข้าไปได้ที่ http://www.ubu.ac.th/web/person#

ท้ายนี้ ขอนำเกล็ดเคล็ดไม่รับ จาก ศ.ที่อายุน้อยที่สุด คือ 34 นั่นคือ ศ.ดร.เฉลิมชนม์ สถิระพจน์ จาก จุฆาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า

  1. การมีวิจัยกับตนเองมากๆ
  2. การแบ่งเวลา
  3. การตั้ง Timeline โดยตั้งเป้าหมายวันยื่น และทำเป็น dead line

ขอให้ อ. ทุกท่านโชคดี ได้เป็น ผศ., รศ., ศ, ตามที่ไฝ่ผันค่ะ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย)

 

 

Categories: ทั่วไป, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

IoT หนึ่งในเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลก

IoT หรือที่เราเรียกกันว่า Internet of Things หรือที่แปลเป็นไทยว่า “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หมายถึงอุปกรณ์ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ นาฬิกา ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หลอดไฟในบ้าน ตู้อบไมโครเวฟ รถยนต์ ตู้เสื้อผ้า หรืออื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการที่อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสาร สั่งการ ติดตามอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งผลให้วิถีชีวิตดังเดิมของมนุษย์เปลี่ยนไป ทำให้ชีวิตของมนุษย์เราสบายขึ้น มีชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การที่อุปกรณ์ทุกอย่างยังสามารถติดต่อสื่อสารกันเองได้อีกด้วย ทำให้อุปกรณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะมีชีวิต และถ้าหากมีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นให้มีระบบปัญญาประดิษฐ์หรืเ Artificial Intelligence เข้าไปในอุปกรณ์ต่าง ๆเหล่านั้นด้วยแล้วก็ยิ่งจะทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีความชาญฉลาดและสามารถเรียนรู้และตัดสินใจต่าง ๆได้ด้วยตนเอง

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเตอร์เน็ต

ที่มาของรูป http://www.skyworksinc.com/products_IoT.aspx

รูปที่ 1 เป็นการแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ตได้ และยังสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันเองระหว่างอุปกรณ์ได้อีกด้วย เพื่อให้เห็นภาพและบทบาทความสำคัญของ IoT ทีมีต่อชีวิตของเราในปัจจุบันและอนาคตเราลองดูคลิปวิดีโอนี้

ที่มาวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=lsiHUfIpNGY&feature=youtu.be

และนี้คือบทบาทของเทคโนโลยี IoT ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์เราในปัจจุบัน

Categories: อบรม-สัมมนา | 1 Comment