browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

วิจัยที่ใช้การผสมผสานระหว่างความรู้ทางแสงและความรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ เกษตร สิ่งแวดล้อมและการสื่อสาร

Posted by on 1 กันยายน, 2013

ดร. ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยอาวุโส และผู้อำนวยการฝ่ายหน่วยวิจัยอุปกรณ์และระบบอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

เป็นผู้บรรยายพิเศษในการประชุมวิชาการ ECTI-CARD 2013 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค. 2556 ได้บรรยายถึงวิธีการทำวิจัยเกี่ยวกับการใช้แสงเป็นเครื่องมือในการทดลองงานวิจัย โดยงานวิจัยที่น่าสนใจได้แก่ เครื่องบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือด้วยแสง ระบบตรวจตราการเข้าออกราคาประหยัด สวิทช์สัมผัสด้วยแสง แป้นคีย์สัมผัสด้วยแสง ระบบตรวจสอบคุณภาพของหัวอ่านฮาร์ดดิสค์ไดร์ฟ เครื่องตรวจบัตรเครดิตปลอม ระบบตรวจจับเท็จแบบไม่สัมผัส และ เซนเซอร์แสงสำหรับตรวจวัดคลอรีนในน้ำและประเมินความต้องการธาตุไนโตรเจนของต้นข้าว

ซึ่งเป็นงานวิจัยที่สามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหากระบวนการทั้งทางด้าน เกษตร การแพทย์หรือแม้แต่ในด้านอุตสาหกรรม หลักการของงานวิจัยนี้ใช้หลักการของ โฟโทนิกส์

โฟโทนิกส์ คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของการสร้างและควบคุมแสง (โฟตอน) โดยเฉพาะในช่วงสเปคตรัมที่มองเห็นและอินฟราเรด การประยุกต์ใช้โฟโตนิกส์นั้นมักเกี่ยวข้องกับแสงเลเซอร์ ความถี่ของแสงที่ใช้งานนั้นอยู่ในช่วงร้อยเทราเฮิรตซ์

การประยุกต์ใช้งานทางด้านชีวภาพ เช่น ออกแบบและสร้างกล้องส่องตรวจภายในร่างกายขนาดเล็ก โดยใช้เทคโนโลยีการจับภาพด้วยสัญญาณแสงขนาดเล็กที่ประกอบด้วยเมมส์ สแกนเนอร์ (MEMS Scanner) ทำให้สามารถใช้ส่องดูเนื้อเยื่อได้ลึกถึง 300 ไมครอน เพื่อใช้ในการตรวจหารอยโรคของมะเร็งที่เกิดอยู่ในพื้นผิวชั้นบน (Epithelial Cancers) ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากถึง 85% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด

ปัจจุบันได้ขยายการวิจัยมาแถบอีสานตอนล่างใช้วิจัยด้านการเกษตร การคัดแยกเมล็ดข้าวว่ามีการปลอมปนคุณภาพ หรือพันธุ์ข้าวหรือไม่โดยใช้เทคนิกการแยกวัตถุด้วยแสง ทำให้ลดปริมาณคนตรวจสอบ และมีความแม่นยำสูง

ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ผลิตออกมาเพื่อรองรับการทำการวิจัยด้านนี้หลายบริษัท ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดงานวิจัยด้านธุรกิจได้

ใส่ความเห็น