browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้การตรวจประเมินผลการปฏิบัติงาน สายวิชาการ

Posted by on 8 กันยายน, 2013

ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้การตรวจประเมินผลการปฏิบัติงาน สายวิชาการ

               จากการตรวจประเมินรอบนี้ มีหลายประเด็นที่ได้จากการสรุปของกรรมการตรวจหลายๆท่าน จึงคิดว่าน่าจะนำประเด็นที่ใช้พิจารณาในเรื่องต่างๆมาทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ชัดเจนในการให้คะแนนและประเมินสมรรถนะในแต่ละด้าน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันทุกฝ่าย และป้องกันข้อร้องเรียนหรือฟ้องร้องกันเหมือนคณะอื่นๆ ทั้งนี้ หากผู้บริหารที่รับผิดชอบตรวจประเมินในแต่ละด้าน หรือ คณาจารย์ ท่านใดเห็นว่ามีประเด็นใดไม่ถูกต้องรบกวนชี้แนะสิ่งที่ถูกให้ด้วยครับเพื่อจะได้เป็นที่เข้าใจร่วมกันและเป็นความรู้แก่ผู้เขียนและผู้อ่านอื่นๆด้วยและจะได้ใช้เป็นมาตรฐานต่อไป.

ประเด็นที่ 1.          

รอบการประเมินครั้งที่ 1  เริ่ม เดือน ตุลาคม –มีนาคม

                สามารถใช้คำสั่งที่แต่งตั้งได้ ระหว่างเดือน กันยายน- กุมภาพันธ์

รอบการประเมินครั้งที่ 2 เริ่ม เดือน เมษายน – กันยายน

                สามารถใช้คำสั่งที่แต่งตั้งได้ ระหว่างเดือน มีนาคม- สิงหาคม

ประเด็นที่ 2.  

(2.1) คำสั่งต่างๆให้ ระบุชื่อโครงการฯ อาทิ ต้องระบุว่าเป็น บริการวิชาการ / ทำนุฯ / ฯลฯ

(2.2) ต้องกำหนดรอบภาระงาน จากเมื่อใด  สิ้นสุดเมื่อใด หรือตั้งแต่เมื่อใดเป็นต้นไป

(2.3) กรณีแต่งตั้งซ้ำซ้อนหรือกรณีเปลี่ยนตำแหน่งผู้รับชอบฯ ภายใต้ชื่อโครงการเดียวกันต้อง ระบุ

ว่า ให้ยกเลิกคำสั่งเก่า (เดิม) และ คำสั่งเก่า(เดิม)จะไม่สามารถนำมาคิดค่าคะแนนได้

(2.4)  กรณีคำสั่งแต่งตั้งหรือหนังสือเชิญใดๆจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่ไม่ได้ระบุว่า  เป็นประธาน หรือ  กรรมการ/เลขาฯ ให้คิดค่าคะแนนได้เท่ากับเป็น กรรมการ เท่านั้น

(2.5)  กรณีคำสั่งแต่งตั้งเพิ่มเติมต้องระบุว่าเพิ่มเติมจาก คำสั่งใด(เลขที่คำสั่งใด/ลงวันที่ใด)

ประเด็นที่ 3. 

วิจัยเชิงทำนุ ฯ กำหนดให้คิดเป็น งานวิจัยจากแหล่งทุนภายใน สามารถใช้ได้ 2 รอบประเมิน

ประเด็นที่ 4. 

ต้องระบุครั้งที่ใช้ ของผลงานวิจัยฯ (ใช้ครั้งที่……)  สามารถใช้ได้ 2 รอบประเมิน

ประเด็นที่ 5.  

ต้องระบุครั้งที่ใช้ ของผลงานตีพิมพ์/เผยแพร่ ฯลฯ (ใช้ครั้งที่…….) กรณีผลงานตีพิมพ์จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รูปเล่มฉบับจริงเท่านั้น กรณี เผยแพร่(Poster / Proceeding) ให้ยึดหลักฐานเชิงประจัก อาทิ รูปถ่าย / หนังสือตอบรับ / หลักฐานอื่นๆ โดยให้ยึดหลักฐานตามแนวปฏิบัติแบบเดียวกับที่ใช้เบิกเงิน ค่าตอบแทน  ตีพิมพ์  เผยแพร่  จากงานวิจัย คณะฯ)

ประเด็นที่ 6.

การคิดค่าคะแนนคำสั่งบริการวิชาการหรือทำนุฯ

 (6.1)คำสั่งบริการวิชาการหรือทำนุฯไม่สามารถนำไปคิดค่าคะแนนในหมวดภาระงานอื่นๆ  (1.7)ได้

 (6.2)คำสั่งบริการวิชาการหรือทำนุฯ แต่งตั้งได้ตามปีงบประมาณเท่านั้น(ไม่ว่าจะตั้งเดือนใดจะต้อง

 สิ้นสุดกันยายน เท่านั้นแต่สามารถใช้ช่วงคาบเกี่ยวเดือนกันยายนคิดค่าคะแนนรอบประเมินถัดไปได้)

ประเด็นที่ 7.  

คำสั่งตรวจรับพัสดุในโครงการฯไม่สามารถนำไปคิดค่าคะแนนในหมวดภาระงานอื่นๆ(1.7)ได้

ประเด็นที่ 8.   

คำสั่งที่ ระบุโดยตำแหน่ง ไม่สามารถนำไปคิดค่าคะแนนได้ เช่น กรรมการวิชาการ  กรรมการจัดซื้อ กรรมการสอบข้อเท็จจริง  กรรมการตรวจรับ  กรรมการอื่นๆที่ระบุชื่อตำแหน่ง  ฯลฯ

ประเด็นที่ 9.   

ภาระงาน Sit in (สังเกต การสอน) จะต้องมี หลักฐาน Lecture ประกอบด้วย

ประเด็นที่ 10.  

ภาระงานของผู้ประสานงานรายวิชาจะต้องทำคือ มคอ.03/ มคอ.05/รวมและนำส่งข้อสอบ/ตัดเกรด

ประเด็นที่ 11.  

(11.1) มคอ. 03 ในรอบการประเมินนั้นๆ จะใช้ในเทอมปัจจุบัน

 (11.2)  มคอ.05 ในรอบการประเมินนั้นๆ จะใช้ของเทอมที่ผ่านมา  

ประเด็นที่ 12.   

ภาระงานด้านกิจการนักศึกษา เกณฑ์ที่ 2 โครงการที่สนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษา หรือโครงการที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม ระดับคะแนนที่ 5 ได้รับอนุมัติโครงการ 5 โครงการขึ้นไปหรือเป็นที่ปรึกษาโครงการที่ได้รับรางวัลระดับชาติ1โครงการขึ้นไปหรือจำนวนนักศึกษาตั้งแต่ 300 คนขึ้นไป

หลักฐาน

สามารถใช้คำสั่งแต่งตั้งสำหรับโครงการของสาขาฯที่มีการแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน ประธาน กรรมการ/เลขานุการ ได้ เช่น โครงการแข่งขันทักษะ  โครงการเตรียมความพร้อม โครงการเข้าพบที่ปรึกษา  หรือโครงการที่มีนักศึกษาเข้าร่วมอื่นๆ  เป็นต้น ทั้งนี้ ให้ถือเป็นโครงการที่สนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษา หรือโครงการที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม ตาม ระดับคะแนนที่ 5  

*หมายเหตุ อันนี้ ผู้เขียนยังไม่ชัดเจนว่า เข้าใจถูกหรือไม่

ประเด็นที่ 13.  

องค์ที่2  (1) มุ่งผลสัมฤทธิ์

หลักฐาน 

สมรรถนะระดับที่5 พัฒนาตามแผนการปรับปรุงและพัฒนาจากรายงานผลวิชา  มคอ.05  แผนการปรับปรุงต้องถูกระบุใน มคอ.03 และมีหลักฐานเชิงประจัก เช่น รายงานต่อรองวิชาการหรือหลักฐานอื่นๆ ที่เชื่อได้ว่า มีการปฏิบัติจริง

ประเด็นที่ 14.  

องค์ที่2  (2) การบริการที่ดี

 (14.1) การระบุวันเวลาให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา ใช้หลักฐานได้ 2 แบบคือ ตารางแจ้งหน้าห้องพักหรือ มีการแจ้งวันเวลาที่ชัดเจนใน ประมวลรายวิชา/มคอ.03

 (14.2) การสื่อสารกับผู้เรียน ต้องแนบหลักฐานที่มีการระบุวันที่ให้เห็นชัดเจน

 (14.3) การแจ้งผลคะแนนสอบกลางภาคทันกำหนด ต้องแนบหลักฐาน ที่มีการระบุวันที่แจ้ง เช่น ในกรณีแจ้งผ่าน ระบบ reg  ต้อง Print หน้าที่ระบุ ข้อความที่ส่งไปแล้ว หรือในช่องทางการสื่อสารอื่นๆที่ระบุวันที่อย่างชัดเจน

(14.4)  ผลการประเมินการเรียนการสอนรายบุคคล ใช้ผลของเทอมก่อนหน้า (เฉพาะ 2.1)

(14.5)  อาจารย์ที่บรรจุใหม่ (กรณีที่เป็นนักเรียนทุนฯที่ไม่ต้องผ่านการทดลองงาน)  ที่ยังไม่มีผลการ

ประเมินการเรียนการสอนรายบุคคล ให้ใช้ เกณฑ์ปกติ แต่จะไปคำนวณค่าคะแนนใหม่ใน

องค์ 1 และ 2 อย่างละครึ่ง(ฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ)

ประเด็นที่ 15.  

องค์ที่2  (3) สั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ

หลักฐาน 

สมรรถนะระดับที่4  รายงานผลการเดินทางไปราชการ (รายงานการไปอบรม) ต้องเป็นการอบรมตามรอบ ประเมิน เท่านั้น (ยึดตามประเด็นที่1) และต้องเป็นฉบับจริง

หลักฐาน 

สมรรถนะระดับที่4  รายงานผลการเดินทางไปราชการ (รายงานการไปอบรม) ต้องมีการ ลงนามรับรองจาก ประธานหลักสูตร และ รองวิชาการและรองบริหาร  ทั้งนี้จะยึดวันที่ ตามประเมิน เท่านั้น(ยึดตามประเด็นที่1) *แต่ในรอบประเมินนี้ รองวิชาการอนุโลมให้นับวันส่งได้ถึงวันที่ 3 กันยายน 2556 และมีเฉพาะลายเซ็นของ ประธานหลักสูตร และ รองวิชาการ หรือ รองบริหาร  ก็ได้

*หมายเหตุ อันนี้ ผู้เขียน ยังไม่ชัดเจนว่า ยึดตามวันที่ ผู้รายงาน ลงส่งไว้ หรือยึด วันที่ตามที่รองฯ เห็นชอบ

หลักฐาน 

สมรรถนะระดับที่5  แบบติดตามผลการ  (การนำไปใช้) ต้องเป็นผลจากการอบรมตามรอบประเมิน**  เท่านั้น (ยึดตามประเด็นที่1) และต้องเป็นฉบับจริง

**หมายเหตุ อันนี้ ผู้เขียน ยังไม่ชัดเจนว่า ผู้เขียนเข้าใจถูกหรือไม่

หลักฐาน  สมรรถนะระดับที่5  แบบติดตามผล  (การนำไปใช้) ต้องมีการลงนามรับรองจาก ประธานหลักสูตร และ รองวิชาการ และรองบริหาร  ทั้งนี้จะยึดวันที่ ตามประเมิน*** เท่านั้น (ยึดตามประเด็นที่1)

***หมายเหตุ อันนี้ ผู้เขียน ยังไม่ชัดเจนว่ายึดตามวันที่ ผู้รายงาน ลงไว้ หรือยึดวันที่ตามที่รองฯ เห็นชอบ

ประเด็นที่ 16.  

องค์ที่2  (4) การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม

ในกรณีที่ พบข้อสงสัยในการกระทำผิดแต่ยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบฯหรือกรณีที่อยู่ในระหว่าง  ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงซึ่งยังไม่ถึงที่สุด(ยังไม่ชี้ชัดว่าผิดหรือไม่โดย ผู้บริหารสูงสุดในองค์กร)

ให้ถือว่า ยังไม่มีการกระทำผิด และยังไม่เป็นผลกระทบต่อการประเมินในรอบนั้นๆแต่หากถูกระบุว่าได้

กระทำผิดจริง  (กรณีสอบข้อเท็จจริงภายในคณะฯคณบดีเป็นผู้ชี้ผล) จะมีผลในรอบการประเมินฯ ถัดไป (ในกรณีผู้ถูกร้องไม่ขออุทธรณ์) หรือหากผลฯ ชี้ชัดทันในรอบการประเมินจะมีผลต่อการประเมินในรอบนั้น ทันที

ประเด็นที่ 17.

คำสั่งแต่งตั้งใดๆสามารถนำไปใช้คิดค่าคะแนนได้เพียง 1 ประเภทเท่านั้นห้ามใช้ซ้ำ เช่น ใช้ในข้อ ภาระงานอื่นๆ(1.7) ไม่สามารถนำมาใช้ ในประเด็นที่ 12  ภาระงานด้านกิจการนักศึกษา เกณฑ์ที่ 2 ระดับคะแนนที่ 5  

 

           **ทั้งนี้ประเด็นต่างๆที่เขียนถือเป็นทัศนะที่ผู้เขียนที่เข้าใจเท่านั้นและเนื่องจากความด้อยประสบการณ์ในการตรวจประเมินผลการปฏิบัติงาน สายวิชาการ  หากมีความผิดพลาดประการใดต้อง ขออภัย มา ณ.ที่นี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและได้รับข้อเสนอแนะจากท่านผู้รู้และผู้บริหาร  ด้วยความน้อมรับ**

 

“ หนึ่งเสียงบอกดีกว่า ร้อยเสียงบ่น”

 

สืบพงศ์  – นภาพร  หงษ์ภักดี

ผู้เขียนและรวบรวมประเด็น

 

4 Responses to ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้การตรวจประเมินผลการปฏิบัติงาน สายวิชาการ

  1. sumaleeng@hotmail.com

    ประเด็นที่ 11.

    (11.2) มคอ.05 ในรอบการประเมินนั้นๆ จะใช้ของเทอมที่ผ่านมา * ประเด็นนี้ มคอ.5 ในเทอมที่ผ่าน หมายถึงการเปิดสอนในปีที่ผ่านมาใช่หรือไม่เพราะบางวิชาไม่ได้เปิดทุกภาคการศึกษา หากแต่เปิดปีการศึกษาละครั้งเท่านั้น

    ประเด็นที่ 15. องค์ที่2 (3) สั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ

    สมรรถนะระดับที่5 แบบติดตามผลการ (การนำไปใช้) ต้องเป็นผลจากการอบรมตามรอบประเมิน** เท่านั้น (ยึดตามประเด็นที่1) และต้องเป็นฉบับจริง

    หลักฐาน สมรรถนะระดับที่5 แบบติดตามผล (การนำไปใช้) ต้องมีการลงนามรับรองจาก ประธานหลักสูตร และ รองวิชาการ และรองบริหาร ทั้งนี้จะยึดวันที่ ตามประเมิน*** เท่านั้น (ยึดตามประเด็นที่1)

    มีข้อสงสัยว่า “ใครคือผู้ติดตามผลว่าเราได้นำผลการอบรมนั้นไปใช้จริง” หรือเราเพียงแค่ถ่ายรูป slide การสอนที่เราใช้แนบเป็นหลักฐานเท่านั้นแล้วให้ผู้บังคับบัญชาเซ็นต์รับทราบตามลำดับก็เพียงพอ (เพื่อจะได้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

  2. sumaleeng@hotmail.com

    เห็นด้วยกับคำถามของ อ. สิริรัตน์ ชอบขาย

    Sirirat Chobkhay อ่านแล้วค่ะ มีสิ่งที่คิดว่าน่าจะต้องช่วยกันหาคำตอบ คือ ประเด็นที่ 15 สมรรถนะที่ระดับ 5 การเอาความรู้ไปใช้ ต้องเป็นการอบรมในรอบประเมิน นั้น ไม่ค่อยเห็นด้วยค่ะ เพราะ 1 ความรู้ที่เราได้มา สมมติว่าหนูไปอบรมเกี่ยวกับการวิจัยมา แล้วาจะไปใช้กับการเรียนการสอน ซึ่งเทอมนี้ หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราไปอบรมมานั้น เราสอนผ่านไปแล้ว แล้วเราจะต้องไปย้อนสอน อย่างนั้นหรือ หรือสมมติว่า เราจะเอาความรู้เกี่ยวกับ SEM ที่ได้มาไปใช้กับการวิจัย ซึ่งใน proposal ที่เซนต์สัญญาที่เราได้ทะนมา ไม่ได้ระบุว่าเราจะใช้วิธีการนี้ แต่เราแพลนว่าจะไปใช้กับวิจัยเรื่องหน้า แบบนี้ให้เราทำอย่างไร ถอยหลังไปแก้ไข proposal หรือ กรณีสุดท้าย ไปอบรมมา แต่เป็นหัวข้อที่ภายนอกเพิ่งเชิญเราไปบรรยายก่อนที่จะไปอบรมแค่ไม่กี่วัน แบบนี้ต้องไปย้อนอบรมให้เขาใหม่ไหม ถึงจะได้แต้มนี้ บางครั้ง ความรู้ที่เราได้มา มันสามารถเอาไปสร้างสรรค์ผลงานได้อีกมากมาย แค่ควรเปิดโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เรา จะสนับสนุนได้หรือไม่

    ขอให้ชี้แนะแนวทางที่ชัดเจนตามใจความข้างต้นของ อ. สิริรัตน์ ชอบขายด้วยค่ะ

  3. sirijaen@gmail.com

    ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ
    1. ระบบการประเมินควรเป็นไปอย่างยุติธรรม มีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน ผู้ประเมินทุกคนควรเข้าใจเกณฑ์การประเมินเหมือนกัน (ยกเว้นท่านที่ไม่เข้ารับฟัง ก็ต้องปล่อยเขาไป) และถือใช้เกณฑ์การประเมินอย่างสม่ำเสมอทุกรอบการประเมิน ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ดังกล่าว
    2. เมื่อเสร็จสิ้นการประเมิน ควรมีการประชุมเพื่อ KM กันในเรื่องที่ผ่านมา อาจจะเป็นการประเมินที่ไม่ยุติธรรม เกณฑ์ที่ยังไม่ชัดเจน หรือการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ให้มีความทันสมัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น
    3. ระบบประเมินควรเป็นไปเพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้บุคลากรเกิดการพัฒนาตนเองในอนาคต ไม่ใช่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการบั่นทอนจิตใจ สร้างความแตกแยก และเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารตามอำเภอใจ คณะเราขาดขวัญกำลังใจในการทำงานมาเป็นเวลานานแล้ว ได้โปรดอย่าทำอะไรที่เป็นการลดขวัญและกำลังใจในการทำงานกันอีกต่อไปเลย
    4. ขอเสนอความเห็นส่วนตัวในเกณฑ์ประเมินปัจจุบันเพิ่มเติมจากอาจารย์ทั้งสองดังนี้ค่ะ
    4.1 งานตีพิมพ์ ที่สามารถนำมานับคะแนนได้ ตามความเข้าใจของตนเอง จำได้ว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ถูกประเมินว่าจะใช้รูปเล่มฉบับจริงที่มีการเผยแพร่แล้ว (ดูวันที่เผยแพร่) หรือ ใช้ใบตอบรับการตีพิมพ์ (ดูวันที่ในหนังสือตอบรับ) ก็ได้ ทั้งนี้ให้ใช้ได้แค่ 2 รอบการประเมิน และย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น
    4.2 ภาระงานด้านอื่นๆ ถ้าต้องการจะได้ระดับ 5 นั่นคือ ต้องได้เกิน 300 คะแนน แปลว่าถ้าเราไม่ได้เป็นประธานเลย เราต้องเป็นกรรมการทั้ง
    หมด 31 ชุด มันเกินไป และเป็นไปได้ยากมาก ขอเสนอว่า กรรมการบริหารหลักสูตร และกรรมการประจำหลักสูตร ซึ่งเดิมให้นับเพียงอย่างเดียว ก็ควรนับให้ทั้งสอง ถ้าผู้บริหารจะบอกว่าเป็นชุดเดียวกันแล้วจะต้องตั้งมาสองคำสั่งทำไม ไม่มีเหตุผลอันสมควรเลย ส่วนกรรมการตรวจรับพัสดุก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อเป็นการทำงานเพิ่มเติมและมีคำสั่งแต่งตั้งรองรับ ก็ควรให้นับเป็นภาระงานด้านอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้อาจจะมีคำสั่งอื่นๆที่ถูกดึงออกไปอีก แต่เห็นด้วยว่าไม่ให้ใช้คำสั่งเดียวกันนับซ้ำกัน
    4.3 รายงานการเดินทางไปราชการควรนับจากวันที่ผู้รายงานได้ลงไปในรายงาน แต่ไม่ควรนับจากวันที่ผู้บริหารเห็นชอบ เพราะเราควบคุมการทำงานของผู้บริหารไม่ได้ว่าจะลงนามเห็นชอบให้เราเมื่อไหร่ แต่เราควบคุมตัวเราได้ว่าจะต้องรายงานภายในเมื่อไหร่
    4.4 การสอนที่มีภาคปฏิบัติ จนปัจจุบันนี้ โดยส่วนตัวก็ยังเข้าใจว่าให้นับตามชั่วโมงสอนจริง ไม่ใช่สองนับหนึ่งตามหลักการเบิกค่าสอน เพราะอาจารย์ได้เสียเวลาสอนตามจำนวนเท่านั้นจริงๆ ถ้าไม่หนักหนาสาหัสเกินไปและเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับรายวิชาที่มีภาคปฏิบัติ ซึ่งยากที่จะมีคนเต็มใจจะสอนให้เท่าไรนัก ผู้บริหารก็ควรจะยอมให้มีการนับตามจริงไปเถอะค่ะ
    4.5 จากคะแนนประเมินของตัวเอง คะแนนที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลยคือคะแนนประกันคุณภาพสาขา ซึ่งอยากจะเสนอมานานแล้วว่าควรแยกประเมินเป็นรายหลักสูตร เพราะเราทราบปัญหาดีว่าทำไมสาขาเราจึงได้น้อยกว่าสาขาอื่น การแยกประเมินเป็นรายหลักสูตรจะทำให้เราเห็นภาพการทำงานและผลงานของแต่ละหลักสูตรได้อย่างแท้จริงว่าเราควรจะพัฒนาหลักสูตรใดมากกว่ากัน แต่การประเมินเป็นรายสาขาจะเป็นเพียงตัวเลขที่หลอกตัวเองไปวันๆเท่านั้น โดยเฉพาะหลักสูตรที่ไม่มีอะไรแล้วไปเกาะติดกับหลักสูตรอื่น ก็จะยังคงดีใจทั้งที่ไม่ควรจะดีใจว่าผลงานหลักสูตรของตัวเองยังดีอยู่
    หวังว่าเสียงนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อคณะเราบ้าง เงินเดือนก็ได้ขึ้นเพียงน้อยนิดเท่านั้น อย่าทำกับบุคลากรเหมือนกับท่านเป็นเจ้าของบริษัทที่ต้องควักเงินส่วนตัวมาจ่ายเลยนะคะ ขอร้องเถอะ

  4. s.chobor@gmail.com

    หลังจากการประเมินรอบนี้ ขอให้มีการประชุมเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้การประเมินรอบหน้ามีความถูกต้อง แม่นยำ และชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่จะเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินใหม่ ต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน มีการกำหนดข้อตกลงร่วมกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในข้อตกลงดังกล่าว อย่างน้อยผู้ที่เป็นผู้ประเมิน จะได้ไม่โดนกล่าวหาว่า “คิดเอง คิดตามความรู้สึก คิดตามความเห็นส่วนตัว”

ใส่ความเห็น