browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาปี 2556-2557

Posted by on 30 มีนาคม, 2014

 

โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาปี 2556-2557

โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาปี 2556-2557 มีรากฐานมาจากยุววิจัยยางพารา วัตถุประสงค์เพ่อสร้างชุดความรู้ให้ครูสามารถสอนเด็กนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายด้วยวิธีการใหม่ได้ซึ่งก็คือ การทำให้เกิดการเรียนรู้โดยใช้งานวิจัยเป็นฐาน (Research Based Learning :RBL) โดยในเวทีนำเสนอผลงานระดับประเทศ ประจำปี 2557 ที่จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 27-28 มีนามคม 2557 พบว่ามีนักเรียนร่วมโครงการ 2,628 คน ครู 761 คน มีโรงเรียนเข้าร่วม 75 โรงเรียน โดยแต่ละโรงเรียนทำทั้งห้อง โดยใช้ประเด็นหลักเดียวกัน แต่มี 10 โครงงานย่อยในสาระวิชา 3 กลุ่ม คือวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์เศรษฐศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ประวิติศาสตร์ ทำให้ได้โครงงานฐานวิจัย (RBL) ที่หลากหลาย กว่า 738โครงงาน โดยโครงงานวิจัยที่นักเรียนทำในรอบปี 2556-2557 นี้สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ โครงงานวิจัยเกี่ยวกับอาชีพ 61% โครงงานเกี่ยวกับระบบนิเวศ 30% วัฒนธรรมและภูมิปัญญา 10%  ทั้งนี้โครงการเพาะพันธุ์หวังว่าจะได้โรงงเรียนที่สามารถเป็นหัวหอก(pilot school) ที่จะเป็นผู้นำให้โรงเรียนอื่นๆได้ใช้ RBL ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป

ในการนำเสนอผลงานระดับประเทศในครั้ง โครงงานของนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกจากศูนย์พี่เลี้ยงทั้ง 8 ศูนย์ๆ ละ 1 โครงงาน(คัดมาจากโครงงานที่แต่ละศูนย์มีกว่า 80 -100 โครงงาน ) จะนำเสนอผลงานแบบ oral presentation บนเวทีโดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที  นอกจากนี้แต่ละโรงเรียนจะต้องนำเสนอเป็นโปสเตอร์ 1 ชิ้น ดังนั้นแต่ละศูนย์พี่เลี้ยงจะมีโปสเตอร์นำเสนอ 8-10 โปสเตอร์  โดยศูนย์พี่เลี้ยง8 ศูนย์ ในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ได้แก่ ศูนย์มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในการจัดงานนำเสนอผลงานในครั้งนี้ยังได้รวบรวมเป็นรูปเล่มที่ภายในเล่มประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) รายงานทางวิชาการที่นักเรียนเขียนจากการทำโครงงานฐานวิจัยของตนเอง 2)ข้อเขียนความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักเรียนในโครงงานนี้ และ ข้อเขียนความคิดเห็นของพี่เลี้ยงต่อบทบาทของครูในโครงงานนี้  สำหรับโครงงานที่ได้รับคัดเลือกให้นำเสนอแบบoral presentation บนเวที ทั้ง 8 โครงงานล้วนแต่น่าสนใจทั้งสิ้น เช่น โครงงานการศึกษาแนวทางการป้องกันมอดในกระติบข้าว ของโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร จากศูนย์พี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  โครงงานการเร่งการงอกของเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยการบ่มด้วยใบสมอทะเลของของโรงเรียนพัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง จากศูนย์พี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ โครงงานศึกษาประสิทธิภาพของแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว จากโรงเรียนวัดดอนมะโนรา(รังสิยานุกูล) อ.บางตนที จ.สมุทรสงคราม จากศูนย์พี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น ซึ่งโรงเรียนหลังสุดนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงงานวิจัยจากกรรมการตัดสินในงานครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงงานฐานวิจัย หัวข้อ ผลของการจัดเรียงสับปะรดต่อต้นทุนและความเสี่ยงต่อการช้ำของของผลในระหว่างการขนส่ง จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ อ.เมือง จ.เชียงราย จากศูนย์พี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยพะเยาที่ได้รับรางวัลขวัญใจมหาชน (popular vote) อีกด้วย ขณะโรงเรียนหกสิบพรรษาวิทยาคม  จ.อุบลราชธานี ที่ทำโครงงานเกี่ยวกับการผลิตผ้าไหมของท้องถิ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 ประเภทโปสเตอร์ ทั้งนี้คณะกรรมการมีเกณฑ์พิจารณาการให้รางวัลกับโครงงานวิจัยในหลายมิติ ได้แก่ การแสดงให้เห็นถึงกระบวนการของครู ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน การนำการปฏิบัติมาเชื่อมโยงกับสาระความรู้ที่รู้แล้ว การเข้าใจกระบวนการที่แท้จริง และการเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน  นอกจากนี้สิ่งที่น่าประทับใจคือโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาได้เพิ่มรางวัลสำหรับครูเพาะพันธุ์ปัญญาแห่งปีอีก 1 รางวัล แก่คุณครู  สุทธิการ เลขานุการ ครูเพาะพันธุ์ปัญญาโรงเรียนวัดดอนมะโนรา จ.สมุทรสงคราม ที่ทุ่มเทและใส่ใจกับการทำหน้าครูเพาะพันธุ์ปัญญาอย่างแท้จริง เพราะคุณครูได้ย้ายจากโรงเรียนวัดดอนมะโนราไปแล้ว แต่ก็ยังคงใช้เวลาเสาร์อาทิตย์ กลับมาที่โรงเรียนเดิมเพื่อทำหน้าที่ครูเพาะพันธุ์ปัญญา เพราะคุณครูสุทธิการ บอกบนเวทีว่าต้องการแสดงตัวอย่างให้นักเรียนได้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และอยากให้นักเรียนซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตของนักเรียนแทนการสอนด้วยคำพูด

จากการได้ร่วมงานครั้งนี้ในฐานะพี่เลี้ยงครู ศูนย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้เขียนรู้สึกดีใจที่มีภาคเอกชนคือ ธนาคารกสิกรไทยที่ได้ทุ่มทุนกว่า 80 ล้านบาทเพื่อทำโครงการเพาะพันธุ์ปัญญานี้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนของครูในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ด้วยการใช้โครงงานฐานวิจัยเพื่อพัฒนานักเรียนทำให้รู้คิด รู้วิจัย และรักชุมชน และจากผลของโครงการที่ดำเนินการได้เพียง 1 ปี ก็ทำให้เห็นพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียนดีขึ้นอย่างเกินความคาดหมาย ตลอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ทัศนคติและวิธีการสอนของครูผู้สอนที่สะท้อนออกมาในกิจกรรม World café ในงานครั้งนี้ว่า  ครูเกิดพฤติกรรมการยอมรับความคิดเห็นของนักเรียนมากขึ้น ครูพยายามลดการสอนเนื้อหาลงแต่เน้นให้นักเรียนได้คิดเป็นเหตุเป็นผลและลงมือปฏิบัติมากขึ้น ความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนและชุมชนดีขึ้นเนื่องจากโจทย์วิจัยเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับชุมชน  เป็นต้น อย่างไรก็ตามครูได้มีการสะท้อนถึงอุปสรรคเรื่องเวลา เนื่องจากในแต่ละสัปดาห์ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนตามระบบนั้นแทบไม่เหลือเวลาว่างที่จะทำกิจกรรมอื่นเลย นอกจากนี้หากห้องเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาเป็นห้องเรียนชั้น ม.3 หรือ ม.6 ก็ยิ่งมีอุปสรรคมากขึ้นเพราะนักเรียนมักมุ่งเตรียมตัวเพื่อการสอบเช้าเรียนในระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยตามลำดับ ทำให้การทุ่มเทในโครงงานวิจัยมีน้อยลงและทำได้ผลไม่เต็มที่

ผู้เขียนมีความตั้งใจจะทำหน้าที่พี่เลี้ยงครู ในโครงการนี้ต่อไปในระยะที่2 คือปี 2557-2558 ให้ดีมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรูสึกว่าตนเองมีความเข้าใจถึงกระบวนการ และเป้าหมายของโครงการนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยหวังว่านักเรียนรุ่นใหม่ๆ ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ RBLจะมีรากฐานการเรียนรู้ที่ดี มีความสุขในการเรียน และสามารถพัฒนาชีวิตไปสู่ความสุขและความสำเร็จต่อไป

ใส่ความเห็น