browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม…..ทางออกความมั่นคงพลังงานไทย

Posted by on 15 สิงหาคม, 2014

เกร็ดความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2557” (Thailand research expo 2014)
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 ณ โรงแรมเซนทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ มีดังนี้
1.โครงสร้างการบริหารพลังงานมีปัญหาเพราะมีนักการเมืองเข้าไปอยู่ในบอร์ด
2.ปัญหาการพัฒนาพลังงานทดแทนคือมีการนำเอาใบอนุญาตไปขายต่อ
3.พลังงานไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก เช่น ถ่านหินมีในประเทศเพียงร้อยละ 29 จึงต้องนำเข้าถึงร้อยละ 71 ส่วนปิโตรเลียมนั้นประเทศไทยมีในประเทศร้อยละ 47 นำเข้าร้อยละ 53 ส่วนน้ำมันสำเร็จรูป (กลั่นจากน้ำมันดิบที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ) มีในประเทศร้อยละ 93 และนำเข้าร้อยละ 7 ขณะที่พลังงานไฟฟ้า (ผลิตจากก๊าซธรรมชาติเป็นหลักประมาณ ร้อยละ 71.5 และรองลงมาคือถ่านหิน) ผลิตในประเทศร้อยละ 97และนำเข้าจากลาวและมาเลเซียร้อยละ 7
4.สถานการณ์พลังงานไทย: ณ ปี 2555 ประเทศไทยมีถ่านหินสำรอง (ลิกไนท์) 339,752 KTOE นำเอามาผลิตพลังงานในอัตรา 5,197 KTOE/ปี เราจะมีพลังงานจากถ่านหินใช้อีก 65 ปี
5.น้ำมันดิบ: ณ ปี 2555 ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันดิบ 31,724 KTOE นำเอามาผลิตพลังงานในอัตรา 7,455 KTOE/ปี เราจะมีน้ำมันดิบใช้อีก 4 ปี
6.พลังงานไทยขาดแคลนจึงต้องนำเข้า
7.ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ สรุปไว้ว่า
1) การสื่อสารตัวเลขพลังงานควรใช้หน่วยเดียวกัน
2) ปริมาณพลังงานสำรองของไทยมีน้อย เทียบกับผู้ผลิตเช่นเวเนซูเอลา
3) การนำเข้าเชื้อเพลังราคาสูง หากลดราคาในประเทศจะทำให้ขาดทุน
4) ไทยมีความก้าวหน้าด้านพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดในอาเซียน
5) การจัดการขยะมีมากขึ้นแล้วแต่ยังขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์
6) ต้องปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสม สะท้อนต้นทุนจริง ไม่เน้นประชานิยม
8. ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวลสรุปไว้ว่า
1) ราคาAdder ควรปรับเปลี่ยนตามต้นทุนการผลิตพลังงาน
2) ประเทศไทยมีการใช้ไบโอดีเซลและเอทานอลมาก โรงกลั่นต้องส่งออก รายได้ส่วนหนึ่งนำมาอุดหนุนสินค้าเกษตร
3) การเมืองมีอิทธิพลต่อพลังงาน เช่น การถือหุ้นพลังงานของนักการเมือง
4) ปัจจุบันมีการสำรวจแหล่งน้ำมันดิบในทะเลมากขึ้น
9.ดร.ปรีดา วิบูลย์สวัสดิ์ สรุปเกี่ยวกับโรงงานไฟฟ้าไว้ว่า
1) ปริมาณขยะในกรุงเทพมีมาก มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า แต่ขาดการจัดการและขัดแย้งผลประโยชน์
2) การพัฒนาโรงไฟฟ้า แต่ขาดการสำรวจพื้นที่ ประเมินทรัพยากร และวางแผนอย่างถูกต้องก่อนสร้าง
3) สนับสนุนให้ใช้ไบโอแมส กระจายทุนสู่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
4) สนับสนุนการใช้ดีเซลและไบโอดีเซลเพื่อการขนส่ง
5) ควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการเก็บภาษีคาร์บอน
6) ส่งเสริมพืชน้ำมันที่ไม่ใช้อาหารเช่น ปาล์ม และพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ได้พลังงานสูงขึ้น
โดยสรุปแล้วพลังงานไทยอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมากกว่าที่มีพลังงานที่มีอยู่ในประเทศซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศมีต้นทุนสูง ยิ่งไปกว่านั้นราคาพลังงานถึงประชาชนผู้ใช้ยังเป็นราคาที่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่เป็นราคาที่รัฐบาลที่ผ่านๆมาได้ใช้นโยบายในการใช้เงินจำนวนมหาศาลของรัฐอุดหนุนไว้เพื่อรักษาความนิยมทางการเมือง และที่สำคัญการมีนักการเมืองเข้าไปถือหุ้นในบริษัทพลังงานหรือเป็นบอร์ดในบริษัทพลังงานทำให้การกำหนดนโยบายพลังงานไม่เป็นเพื่อการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงและไม่เกิดความยั่งยืน แต่มีแนวโน้มที่จะรักษาผลประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างการบริหารในบริษัทพลังงานให้มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้าไเป็นผู้บริหาร มากกว่าให้บุคคลทางการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับการเมืองเข้ามามีบทบาทในการบริหาร และต้องเร่งส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทางเลือกให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันต้องพยายามสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานที่แท้จริงและราคาขายสู่ผู้บริโภคที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคาที่ตั้งไว้เพื่อรักษาฐานคะแนนความนิยมของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนหันมาตระหนักเรื่องพลังงานที่มีอยู่จำกัด และหันมาใช้พลังงานอย่างประหยัดมากขึ้น

สุขวิทย์ โสภาพล
14 ส.ค.2557

ใส่ความเห็น