browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

เขียนตำราอย่างไรถึงผ่านการประเมิน

Posted by on 25 พฤศจิกายน, 2014

สิ่งที่ควรทำก่อนส่งงานเข้ารับการประเมิน

  1. อ่านทวนให้แน่ใจว่างานเราดีพอ
  2. หาผู้รู้ช่วยอ่านและวิพากษ์วิจารณ์ แล้วแก้ไข
  3. ให้ลูกศิษย์อ่าน เพื่อดูว่าเขียนรู้เรื่องไหม มีอะไรต้องเพิ่มเติม
  4. ตรวจสอบองค์ประกอบของงานว่าครบถ้วนหรือไม่ เช่น งานวิจัย มีบทคัดย่อหรือไม่ เป็นต้น ดูองค์ประกอบของงานแต่ละประเภทให้ครบถ้วน หน้าครบถ้วนหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจปรึกษาผู้รู้
  5. มีข้อใดที่เป็นการเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นหรือไม่ ถ้าไม่รู้ปรึกษาผู้รู้
  6. ศึกษาลำดับขั้นตอนของการรับและพิจารณางานของเรา เพื่อจะส่งงานได้ถูกต้อง และติดตามงานของเราได้ ต้องรู้ว่าขั้นตอนใดใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  7. ควรระลึกว่ากรรมสิทธิ์ประเมินจงทำงานให้ดีเกินมาตรฐานไว้จะปลอดภัยที่สุด

เมื่องานไม่ผ่านประเมิน

  1. ถ้างานไม่ผ่านประเมิน ถ้างานผิดในเรื่องหลักๆจริงๆ ควนยอมรับและแก้ไขปรับปรุงใหม่เพื่อเสนอในคราวต่อไป ถ้าไม่มีการแก้ไขปรับปรุงก็เสนอใหม่ไม่ได้เพราะไม่ผ่านกราประเมินอยู่ ถ้ากรรมการให้แก้ไขให้เต็มที่ และแก้ไขส่วนอื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้กรรมการต้องติส่วนอื่นๆอีก เมื่อพบข้อบกพร่องภายหลัง
  2. ถ้างานเราผิดในเรื่องไม่สำคัญ ก็มีโอกาสอุธรณ์ โดยปกติจะมีการตั้งกรรมการชุดใหม่ให้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ากรรมการไม่ใช่เราที่มีสิทธิให้คะแนน ข้อเท็จจริงอาจจะขัดแย้งกันได้ง่าย แต่การให้คะแนนระดับใดไม่ใช่สิทธิเรา

งานดีจริงฝ่าด่านได้

งานที่มีคุณภาพ

  1. เป็นมาตรฐานได้ เขียนอย่างมีมาตรฐาน
  2. น่าสนใจ น่าอ่าน ตรงตามความต้องการของผู้อ่านหรือตลาดของผู้เขียนที่ผู้เขียนเลือก แต่บางทีผู้เขียนเลือกอ่านยากเพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร ผู้อ่านมักเป็นฝ่ายเลือกผู้เขียน จึงต้องรู้ว่าผู้อ่านต้องการอะไร ผู้เขียนไม่รู้ว่างานน่าอ่านจนกว่าผู้อ่านจะบอก

งานวิชาการ หนังสือ ตำรา วิจัย บทความวิชาการ

มาตรฐานเป็นหลัก น่าอ่านเป็นรอง

หนังสือดีจริงๆ เขียนยาก ไม่น่าอ่านก็ต้องอ่าน ส่วนมากไม่น่าอ่านสำหรับคนทั่วไปหรือคนนอกสาขา หนังสือวิจารณ์วรรณกรรม น่าอ่านน้อยกว่าวรรณกรรมในความรู้สึกของคนทั่วไป คนจึงซื้อนวนิยายแต่ไม่ค่อยสนใจซื้อหนังสือวิจารณ์นวนิยามเล่านั้น ที่นักวิจารณ์วรรณกรรมมักคิดว่าช่วยให้คนอ่านเข้าใจนวนิยายดีขึ้นก็อาจไม่จริง เพราะเขามิได้อ่าน ไม่สนุกกับการวิจารณ์ แต่สนุกกับการอ่านนิยาย

งานดีจริงตัดสินใจว่าไม่ดีจะบีบความรู้สึก เพราะหาช่องติยาก งานดีไม่จริง มีข้อบกพร่อง ติตรงข้อบกพร่องได้สบายใจ คนตรวจที่ตัดสินโดยดูข้อบกพร่องมีมาก เพราะคิดว่าบกพร่องแปลว่าไม่ดี ที่จริงควรดูทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี แล้วชั่งน้ำหนัก แต่ถ้าส่วนดีมีเพียงพื้นๆ ส่วนไม่ดีชัดเจนก็ประเมินตกได้ง่าย จึงต้องทำงานให้ดีมากๆไม่ทำงานพื้นๆและอย่าบกพร่องในเรื่องพื้นๆๆ

ใส่ความเห็น