browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

บทความวิจัยเพื่อบริการสังคม : การวางตำแหน่งและการเขียน

Posted by on 21 กุมภาพันธ์, 2015

บทความวิจัยเป็นงานเขียนทางวิชาการที่มีระบบและระเบียบในการเขียนที่ชัดเจน ผู้อยู่ในแวดวงวิชาการมักคุ้นเคยกับองค์ประกอบของบทความวิจัยที่ประกอบด้วย บทคัดย่อ (abstract) บทนำ(introduction) วิธีการวิจัย(research methodology) ผลการวิจัย(result) และ สรุปและอภิปรายผลการวิจัย (conclusion and discussion) โดยในแต่ละองค์ประกอบจะมีหลักในการเขียน เช่น การเขียนบทคัดย่อเปรียบเสมือนการย่อเรื่องราวทั้งหมดของบทความให้เหลือเฉพาะเนื้อหาที่สำคัญที่มีความยาวประมาณครึ่งถึงหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ซึ่งประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย ผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ขณะที่การเขียนบทนำซึ่งเป็นส่วนที่จะสร้างความต้องการอยากรู้อยากติดตามเนื้อหาในบทความต่อไป มักประกอบด้วยความเป็นมาหรือความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของงานวิจัย ความสำคัญของงานวิจัย ขอบเขตของงานวิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ เป็นต้น
ความสำคัญการเขียนบทความวิจัยวิชาการ(A4S)โดยส่วนใหญ่คือ การที่ผู้วิจัยได้เผยแพร่องค์ความรู้ที่ค้นพบสู่ผู้อ่านที่อยู่ในแวดวงวิชาการเดียวกัน หรือสู่ผู้กำลังศึกษาและค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนั้นๆ ดังนั้นบทความวิจัยส่วนใหญ่จึงมักเป็นประโยชน์แก่นักวิชาการและนักศึกษา ส่วนประโยชน์ที่เกิดต่อตัวผู้เขียนบทความคือ เป็นเกียรติประวัติทางผลงงานทางวิชาการ และเป็นการสะสมผลงานทางวิชาการเพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบการยกระดับวิทยฐานะของตน อย่างไรก็ตามเรามักจะพบกับคำพูดที่ว่า “ผลงานวิจัยขึ้นหิ้ง” ซึ่งหมายถึงผลงานวิจัยมิได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาในด้านต่างๆทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศหรือส่วนรวมเท่าที่ควร
บทความวิจัยเพื่อบริการสังคม เป็นรูปแบบหนึ่งของงานวิชาการเพื่อสังคม(Socially- engaged Scholarship :SeS) โดยบทความวิจัยลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทำให้งานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น(Community- Based Research :CBR) หรืองานวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based Development Research) ได้ถูกเผยแพร่ไม่จำกัดเฉพาะในแวดวงวิชาการแต่มุ่งหมายให้ประชาชนโดยทั่วไปที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยได้เข้าถึงและสามารถอ่านบทความวิจัยในรูปแบบดังกล่าวได้เข้าใจยิ่งขึ้น ดังนั้นรูปแบบและองค์ประกอบการเขียนจึงมีลักษณะที่แตกต่างออกไป ทั้งนี้ก่อนลงเขียนบทความตามแบบ SeS นี้ผู้เขียนต้องทำความเข้าใจการวางตำแหน่งของบทความ (positioning) ประเภทนี้เสียก่อน เพื่อให้สามารถกำหนดน้ำหนักในการเขียนได้อย่างสมดุล มีทิศทางในการเขียนที่ถูกต้องและมีองค์ประกอบที่จำเป็นของบทความที่ครบถ้วน ดังที่ รศ.ดร.กาญนา แก้วเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันคลังสมอง และบรรณาธิการวารสารบทความวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่(Area Based Development Journal)ของ สกว. ได้กล่าวไว้ในการอบรมการพัฒนาบทความทางวิชาการ ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ห้องประชุมศรีเมืองใหม่ ที่สามารถสรุปได้ว่า “ DNA ของการวิจัยเพื่อบริการสังคมเป็นลูกผสมระหว่างการวิจัยเชิงวิชาการและการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ดังนั้นวาง positioning ของการเขียนนั้นมีความสำคัญ” ทั้งนี้หลักการสำคัญของงานวิชาการแบบ SeS คือ โจทย์วิจัยต้องมาจากชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นการสร้างความเข้าใจร่วม จัดกิจกรรมเสริมตามความจำเป็น
การเขียนบทความวิชาการตามแนวทาง SeS จึงมีความแตกต่างขณะเดียวกันก็มีความสอดคล้องกับการเขียนบทความวิจัยแบบเดิม ตามที่ รศ.ดร.กาญนา แก้วเทพ ได้กล่าวไว้ในการอบรม คือ 1) สถานการณ์ที่เป็นอยู่ เป็นระบุทั้งสถานการณ์ทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆและบริบทของชุมชน 2) ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ใช้ กล่าวถึงสาขาวิชาและความเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันต้องระบุถึงภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีอยู่ รวมทั้งการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม 3) กระบวนการที่ใช้ ได้แก่ การเก็บข้อมูล และกิจกรรมที่จะใช้กับชุมชน 4) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องระบุทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงวิชาการและต่อชุมชน 5) การกล่าวถึงผลกระทบและความยั่งยืนทีน่าจะเกิดขึ้น
ดังนั้นการเขียนบทความตาม SeS อาจทำให้ผู้ที่เขียนบทความตามแนวทางแบบเดิมยังรู้สึกไม่คุ้นเคยนัก แต่หากได้ลองลงมือเขียนจะพบว่าเราสามารถประยุกต์ใช้ฐานความรู้ในการเขียนบทความแบบเดิมมาประยุกต์ใช้กับการเขียนแบบ SeS ไม่ยากจนเกินไปนัก เพียงแต่ต้องมีการวาง Positioningระหว่างความเป็นวิชาการและความเป็นCBRให้สมดุลและลงตัวนั่นเอง และหากผู้เขียนมีผลการวิจัยที่ดีประกอบกับความสามารถในการเขียนที่ดีด้วยแล้ว ย่อมทำให้บทความชิ้นนั้นมีความสมบูรณ์และมีคุณค่าแบบที่หาตัวจับยากทีเดียว

สุขวิทย์ โสภาพล
21-2-58

 

ใส่ความเห็น