browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

หลักการเขียนบทความทางวิชาการด้านสังคมศาสตร์ ( Articles Writing in Social Sciences)

Posted by on 8 พฤษภาคม, 2015

จากการเข้าอบรมเรื่อง “การเขียนบทความทางวิชาการด้านสังคมศาสตร์” ที่บรรยายวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิคือท่าน รศ.ดร.โยธิน แสวงดี จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2558 ที่คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทำให้ได้ความรู้ที่สำคัญมากมายและทำให้ตระหนักว่า การเขียนบทความทางวิชาการทางสังคมศาสตร์เป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินความสามารถ ขณะเดียวกันก็ไม่ง่ายที่จะทำได้อย่างสมบูรณ์และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่มีมาตรฐานและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นผู้ที่ตั้งใจที่จะเขียนบทความฯจึงต้องมีทั้งความสามารถในการเขียนและต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการเลือกวารสารที่จะตีพิมพ์ กล่าวคือผู้ที่จะเขียนต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าต้องการจะเขียนบทความฯเพื่อตีพิมพ์ในวารสารชื่ออะไร เป็นวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติ ปรัชญาของวารสารมีความสอดคล้องกับทักษะ ความรู้ ความชำนาญของผู้เขียนหรือไม่ กลุ่มประเด็นที่วารสารนั้นๆต้องการคือกลุ่มใด วารสารนั้นมี Impact factors สูงหรือไม่ (ควรพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารที่มี Impact factors = 1 หรือ Q3 ขึ้นไป) และเมื่อผู้ตั้งใจเขียนบทความฯได้วารสารเป้าหมายแล้วจึงวางแผนในการเขียนต่อไป
ในการวางแผนในการเขียนบทความฯนั้น ผู้เขียนบทความจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างของต้นฉบับให้ครบถ้วน ซึ่งโดยมาตรฐานทั่วไปแล้วโครงสร้างของบทความจะประกอบด้วย ชื่อเรื่อง(Title) ชื่อผู้เขียน (Authors) บทนำหรือความเป็นมาหรือความสำคัญของปัญหา (Introduction) แนวคิดและทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Theoretical background) พื้นที่ศึกษา ข้อมูลและระเบียบวิธีการวิจัย (Study site, data and research methodology: Data and Method ) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปรายผล (Result and Discussion) และ สรุปและข้อเสนอแนะ(Conclusion) ทั้งนี้ส่วนต่างๆของบทความวิชาการทางสังคมศาสตร์จะมีความยาวในการเขียนรวมกันประมาณ 15-25 กระดาษ A4 โดยมีสัดส่วนจำนวนหน้ากระดาษของแต่ละส่วนประกอบของบทความที่เหมาะสมประมาณ 2:2:2:10-13:1.5 ตามลำดับ สำหรับบทความฯที่มีจำนวน 15- 17 หน้า
หลักการที่สำคัญในการเขียนบทความฯคือ ผู้เขียนต้องระมัดระวังที่จะไม่นำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นหลักมาเขียน ซึ่งบ่อยครั้งพบว่านักเขียนมือใหม่มักนำเอาประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นหลักเข้ามาเขียนอธิบายหรือสนับสนุนสิ่งที่ค้นพบจากงานวิจัย ทั้งนี้ประเด็นหลักหรือKeywords มักปรากฏอยู่ในชื่อเรื่องหรือคำสำคัญที่ปรากฏในตอนท้ายของบทคัดย่อ(Abstract) นอกจากนี้ความน่าอ่านของบทความฯยังขึ้นอยู่กับการจัดเรียงเนื้อหาที่เหมาะสม กล่าวคือ ควรจัดให้มีย่อหน้าประมาณ 3-4 ย่อหน้าต่อหนึ่งหน้ากระดาษ และในแต่ละย่อหน้าควรต้องมีประเด็นเด่นหรือจุดเน้น (Focal point) ในการเขียน และควรมีการอ้างอิงย่อหน้าละประมาณ 2-3 แห่ง โดยเอกสารที่นำมาอ้างอิงไม่ควรเก่าจนเกินไป (เกิน7-8 ปี) และควรเป็นเอกสารที่มีผู้อ้างอิงจำนวนมาก เทคนิคที่สำคัญคือควรอ้างอิงบทความของวารสารที่เราจะส่งไปตีพิมพ์ด้วยประมาณ 2- 3 เรื่อง เป็นต้น
หลักการต่างๆเหล่านี้หากผู้ที่ตั้งใจเขียนบทความฯได้นำไปใช้พิจารณาในเขียนบทความของตน ย่อมทำให้บทความที่เขียนนั้นมีโอกาสได้ตีพิมพ์ในวารสารที่มีมาตรฐานและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากขึ้นอย่างแน่นอน
สุขวิทย์ โสภาพล
8-5-58

ใส่ความเห็น