browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

แนวโน้มการใช้ IFRS for SMEs ในปี 2560

Posted by on 11 สิงหาคม, 2015

แนวโน้มของมาตรฐานการบัญชีสำหรับ SMEs หรือ IFRS for SMEs(2015) ซึ่งน่าจะมีการประกาศใช้ใน พ.ศ. 2560 ซึ่งจากการเข้าฟังการอบรมเรื่อง “มาตรฐานการรายงานทางการเงินใหม่สำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (IFRS for SMEs (2015)) และการเตรียมความพร้อมของนักบัญชีเพื่อรอบรับ IFRS for SMEs โดย รศ.ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ และดร.สันสกฤต วิจิตรเลขการ ได้กล่าวไว้ว่า ทิศทางของมาตรฐานที่ใช้จะมีการใช้ทั้งหมด 3 ระดับ ประกอบด้วย

ระดับที่ 1 IFRS Bound Volume 2016 สำหรับกิจการ PAEs หรือกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ

กิจการที่ควรใช้ IFRS for PAEs ได้แก่ กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะทั่วไป

ระดับที่ 2 IFRS for SMEs (2015) ที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย (TFRS for SMEs) สำหรับ NPAEs ซับซ้อน (เต็มฉบับ)

กิจการที่ควรใช้มาตรฐานกลุ่มที่ 2 คือ IFRS for SMEs(2015) ได้แก่  กิจการที่ไม่ใช่เป็นลักษณะกลุ่มกิจการ เช่น บริษัทแม่ บริษัทร่วมค้า บริษัทค้าร่วม บริษัทย่อย ต้องจัดทำงบการเงินรวม  กิจการที่มีธุรกรรมทางธุรกิจซับซ้อน ได้แก่ กิจการที่มีธุรกรรมเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินซับซ้อน เช่น ตราสารอนุพันธ์ (เช่นการออกหุ้นให้พนักงาน) มีการรวมธุรกิจ หรือมีการจ่ายหุ้นให้พนักงานโดยถือเป็นเกณฑ์ อีกทั้งธุรกรรมบางประเภทมีการปฏิบัติงานจริงแต่ไม่สามารถสะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อนนั้นให้ชัดเจนขึ้นเช่น โปรแกรมสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้า เงินลงทุนในบริษัทร่วม การร่วมการงาน เงินลงทุนในบริษัทย่อย กิจการเกษตรกรรม สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินหลักที่ใช้ในการดำเนินงาน วิธีการตีราคาใหม่ของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รวมถึงภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ซึ่งกิจการบางแห่งมีธุรกรรมที่ครอบคลุมกิจกรรมเหล่านี้แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีธุรกรรมที่ซับซ้อนมากถึงขั้นจำเป็นจะต้องใช้ IFRS เต็มรูปแบบ โดย IFRS for SMEs ได้ยกเว้นในหลายเรื่อง เช่น การยกเว้นเรื่อง Component accounting การไม่อนุญาตให้ capitalize ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายในการพัฒนาหรือต้นทุนการกู้ยืมเป็นสินทรัพย์ รวมถึงอนุญาตให้รับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อโอนเท่านั้น ซึ่งถือว่า IFRS for SMEs ได้มีการลดความยุ่งยากซับซ้อนเพื่อให้กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะได้ใช้ผสมผสานกับ IFRS ปกติได้อย่างสบายใจ

กิจการในกลุ่มนี้ เคยส่วนใหญ่เคยได้รับยกเว้นมาแล้วในอดีต สำหรับกิจการที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน (ยกเว้นมาตรฐานการบัญชี 8 ฉบับ ได้แก่

  •  TAS 24 การเสนอข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน
  • TAS 25 งบกระแสเงินสด
  • TAS 36 การด้อยค่าของทรัพย์สิน
  • TAS 44 งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ
  • TAS 45 เงินลงทุนในบริษัทร่วม
  • TAS 46 ส่วนได้เสียในการร่วมค้า
  • TAS 47 การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง
  •  TAS 48 การแสดงรายการสำหรับตราสารการเงิน)

ระดับที่ 3 IFRS for SMEs (2015) หัก บางบทหรือบางหัวข้อที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย (TFRS for SMEs)

สำหรับ NPAEs ที่ไม่ซับซ้อน

สาเหตุของการมีระดับที่ 3 เนื่องจากธุรกิจในประเทศไทย มีจำนวนธุรกิจประมาณ 200,000 กิจการหรือประมาณร้อยละ 75 เป็นระดับที่เล็กมากและไม่มีรายการที่ซับซ้อนเหมือนระดับที่ 2 อีกทั้งการจัดทำงบการเงินมีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวผู้ก่อตั้งกิจการและจัดทำตามกฎเกณฑ์ของผู้กำกับดูแล จึงอาจมีความยุ่งยากและไม่คุ้มค่าหากจะใช้ IFRS for SMEs เต็มรูปแบบ โดยยังคงยกเว้นข้อกำหนดบางประการเช่น กำไรต่อหุ้น,งบการเงินระหว่างกาล,สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย,การด้อยค่าของสินทรัพย์,การรวมธุรกิจ เป็นต้น โดยข้อยกเว้นส่วนใหญ่มักจะมาจากการผ่อนผันการบังคับใช้มาตรฐานการบัญชี 8 ฉบับ

แต่อย่างไรก็ดี การจัดมาตรฐานการรายงานทางการเงินเป็น 3 ระดับเพื่อให้สอดคล้องกับระดับความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจของแต่ละกิจการยังไม่ผ่านการทำประชาพิจารณ์โดยสภาวิชาชีพบัญชีฯ ซึ่งจะต้องทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะนำออกใช้และออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งผลที่ได้อาจจะแตกต่างจากเดิมก็ได้

ใส่ความเห็น