browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

การเตรียมตัวเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ

Posted by on 17 ธันวาคม, 2015

ศาสตราจารย์ ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย วิทยากรจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ได้บรรยายในหัวข้อผลงานทางวิชาการที่เสนอเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการว่าควรมีลักษณะอย่างไร การเตรียมตัวเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการจะต้องทำอย่างไร และทำไมผลงานบางอย่างจึงไม่ผ่านการประเมิน เป็นต้น ซึ่งสามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะมีตำแหน่งทางวิชาการ
1 ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในการผลิตผลงานทางวิชาการนั้นๆจริง
2 มีความสามารถในการบริหารงาน หรือจัดสรรเวลาในการทำผลงานทางวิชาการได้เป็นอย่างดี

จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ที่ผู้ขอตำแหน่งต้องปฎิบัติ
1 ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
1.1 ต้องไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนและไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่น ในกรณีที่เราเอาผลงานของผู้อื่นมาใช้ เราจะต้องอ้างอิงที่มาของผลงานเสมอ ดังนั้น ข้อเสนอแนะของผู้บรรยายคือ ในกรณีที่จำเป็นต้องมีรูปภาพหรือกราฟ ผู้เขียนควรจัดทำเอง เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
1.2 ไม่นำผลงานของตนเองในเรื่องเดียวกันไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่า 1 ฉบับ ในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานใหม่ ผู้บรรยายเล่าว่าอาจารย์หลายท่านเข้าใจว่าการนำบทความวิจัยภาษาไทยที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วส่งไปตีพิมพ์อีกวารสารหนึ่งนั้นสามารถทำได้ ซึ่งแนวคิดของผู้ประเมินผลงานในปัจจุบันนี้ไม่แนะนำให้ทำเช่นนี้ เพราะวารสารแต่ละวารสารจะมีลิขสิทธิ์ของตนเอง
2 ให้เกียรติและอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในผลงานทางวิชาการของตนเองและแสดงหลักฐานของการค้นคว้า เพราะถ้าเราไม่อ้างอิงอาจจะเข้ากรณี 1.1 ได้
3 ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นและสิทธิมนุษยชน
4 ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจาก
4.1 การศึกษาโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีอคติมาเกี่ยวข้อง
4.2 เสนอผลงานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการวิจัย โดยหวังประโยชน์ส่วนตัวหรือต้องการสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น
4.3 เสนอผลงานตามความเป็นจริง ไม่ขยายข้อค้นพบโดยปราศจากการตรวจสอบยืนยันในทางวิชาการ
5 นำผลงานไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้บรรยาย
1. หลีกเลี่ยงการลงตีพิมพ์ในวารสารของตนเอง เช่น คณะตัวเอง เพราะอาจจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือจากผู้ประเมินผลงาน
2. ถ้าผู้ขอตำแหน่งมีผลงานทั้งตำราและบทความวิชาการ ให้เลือกเอาบทความวิชาการไปขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ และเก็บตำราไว้ขอตำแหน่งรองศาสตราจารย์ อย่างไรก็ตาม ผู้ขอตำแหน่งต้องมั่นใจว่าผลงานของตนเองนั้นมีคุณภาพจริง
3. ในกรณีที่เราต้องให้คำนิยามศัพท์ ผู้บรรยายแนะนำให้ผู้เขียนอ้างอิงหนังสือของต่างประเทศเลย เพื่อลดปัญหาการถูกประเมินเรื่องการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น
4. ในกรณีที่ผู้ขอตำแหน่งยื่นผลงานเป็นบทความวิจัย และหากบทความวิจัยนั้นไม่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงฯ ผู้ขอตำแหน่งจะไม่สามารถนำบทความวิจัยนั้นมาขอตำแหน่งในรอบต่อไปได้อีกแล้ว อย่างไรก็ตาม หากผู้ขอตำแหน่งยื่นผลงานเป็นตำรา และหากตำรานั้นไม่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงฯ ผู้ขอตำแหน่งสามารถนำตำรานั้นไปปรับปรุง และนำมาขอตำแหน่งใหม่ได้ในคราวต่อไป
5. การทำผลงานทางวิชาการ ควรทำอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำทุกปี ปีเว้นปี หรือสองปีครั้ง ก็ได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้ขอตำแหน่ง ทั้งนี้ หากผู้ขอตำแหน่งมีการเว้นช่วงการทำผลงาน หรือหยุดการทำผลงาน อาจเป็นเหตุให้ไม่ผ่านการประเมินได้
6. ระบุสาขาวิชาเชี่ยวชาญให้สอดคล้องกับผลงานทางวิชาการ
7. ส่งผลงานในจำนวนที่เหมาะสม และที่สำคัญต้องมีคุณภาพจริงตามเกณฑ์นิยามของ สกอ.
8. การนำเนื้อหาของวิทยานิพนธ์มาเขียนเป็นบทความวิจัย / บทความวิชาการเพื่อตีพิมพ์ แม้ว่าระยะเวลาการตีพิมพ์จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่สำเร็จการศึกษาแล้วก็ตาม หากเนื้อหาในบทความวิจัย / บทความวิชาการ และวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องเดียวกันก็ไม่สามารถนำมายื่นขอตำแหน่งได้

ใส่ความเห็น