browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง กับการวางแผนภาษีในอนาคต

ปัจจุบันโลกแห่งธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันอย่างรุนแรงไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งขันในประเทศ หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งกลยุทธ์ในการแข่งขันที่สำคัญคือการกำหนดราคาขาย และควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับมี่กิจการสามารถอยู่ได้และอย่างยั่งยืน ดังนั้นต้นทุนคงที่ ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากผู้ประกอบการ เช่น เงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ถูกหักที่จ่าย ที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก ก็ต้องใช้กฎหมายเดียวกัน ดังนั้นจากการอบรมครั้งนี้ ทำให้ทราบถึง ภาระและความรับผิดชอบที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็น SME หรือ บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องรู้กฎหมายภาษีอากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในกลุ่ม START UP ที่เป็นนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ สรุปเนื้อหาสำคัญได้ดังนี้

  1. ธุรกิจในกลุ่ม SME สรรพากรได้ประกาศลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและลดการหลีกเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) โดยมีนโยบายการจดแจ้งภาษีเล่มเดียว และกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในโครงการ START UP ดังนี้
  • บริษัทที่จดแจ้งบัญชีเล่มเดียวกับสรรพากร รัฐบาลจะลดภาษี และไม่ตรวจสอบย้อนหลัง
ปีภาษี กำไรสุทธิ อัตราภาษี สิทธิประโยชน์
2558 0-300,000 บาท

300,001-3,000,000 บาทขึ้นไป

ยกเว้น

10%

ไม่ตรวจสอบย้อนหลัง

 

2559 กำไรสุทธิทั้งหมด ยกเว้นทั้งก้อน ไม่ตรวจสอบย้อนหลัง

 

2560 0-300,000 บาท

300,001-3,000,000 บาทขึ้นไป

ยกเว้น

10%

ไม่ตรวจสอบย้อนหลัง

 

  • หากบริษัทที่ไม่จดแจ้งบัญชีเล่มเดียวกับสรรพากร ยังคงต้องเสียภาษีตามอัตราเดิมดังนี้
ปีภาษี กำไรสุทธิ อัตราภาษี สิทธิประโยชน์
2558 0-300,000 บาท

300,001-3,000,000 บาทขึ้นไป

ยกเว้น

10%

ตรวจสอบย้อนหลัง

 

2559 0-300,000 บาท

300,001-3,000,000 บาทขึ้นไป

ยกเว้น

10%

ตรวจสอบย้อนหลัง

 

2560 0-300,000 บาท

300,001-3,000,000

3,000,001 บาทขึ้นไป

ยกเว้น

15%

20%

ตรวจสอบย้อนหลัง

 

  • สำหรับธุรกิจ SME ที่อยู่ในกลุ่ม START UP หมายถึง รายได้ส่วนใหญ่ที่มาจากการทำธุรกรรมตามโครงการ START UP มากกว่าร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท กิจการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี และผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจนี้ จะได้รับยกเว้นรายได้เงินปันผลในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 10 ปี
  • ธุรกิจ SME ที่เข้าข่ายคุณสมบัติตามกฤษฎีกา คือ สินทรัพย์รวมไม่ถึง 200 ล้าน ไม่รวมที่ดิน และมีการจ้างพนักงานไม่เกิน 200 คน มีสิทธิในการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ได้ทันที 40% ณ วันที่ซื้อสินทรัพย์นั้นมา ที่เหลือหักตามอัตราที่กำหนด รวมถึงสินทรัพย์ประเภทคอมพิวเตอร์มีสิทธิหักค่าเสื่อมราคาได้ 3 ปี
  1. สำหรับกลุ่มธุรกิจ PAEs/NPAEs/SMEs มีหลายข้อกำหนดที่เอื้อต่อการปรับปรุงกำไรสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษี ที่ทำให้กิจการเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้วทำให้กำไรสุทธิลดลง ทำให้เสียภาษีน้อยลง เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคเอกชน และลดการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการให้ผู้ประกอบการเข้าใจและรู้จักการวางแผนภาษีมากขึ้น เช่น การใช้ราคาทุนสินค้าคงเหลือปลายงวดโดยใช้ราคาที่ต่ำกว่าเสมอ หรือ การเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อด้านการพัฒนาบุคลากรหรือการวิจัยต่างๆ ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า หรือแม้แต่ข้อกำหนดต่างๆ ที่ทางภาษีเข้มงวดเช่น การตัดสินค้าล่าสมัยออกจากบัญชี การทำลายสินค้าล้าสมัย เป็นต้น

ใส่ความเห็น