browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ข้าวเม่านัยยะแห่งวิถีชุมชนบ้านคำไหล

Posted by on 29 มิถุนายน, 2016

ชาวบ้านชุมชนบ้านคำไหล ได้เริ่มมีการทำข้าวเม่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นเวลา ๖๐ ปีมาแล้ว ปัจจุบันหมู่บ้านคำไหลมีประชากรทั้งหมด ๕๖๐ คน ๑๓๙ ครัวเรือน มี ๗๐ ครัวเรือนที่ทำข้าวเม่า เป็นหมู่บ้านเดียวที่มีการผลิตสินค้า OTOP แห่งเดียวในอำเภอตระการพืชผล รายได้ในการขายข้าวเม่าในแต่ละเดือนของหมู่บ้าน เฉลี่ย เดือนละ ๔,๒๐๐,๐๐๐ บาท การทำข้าวเม่าถือเป็นอาชีพหลักของคนในหมู่บ้าน ทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้ตลอดทั้งปี การทำข้าวเม่าของหมู่บ้านที่ผลิตได้เยอะจะมี ๒ ช่วง คือการทำนาปีในช่วงเดือน มิถุนายน- พฤศจิกายน และจะทำนาปังในช่วงเดือน ธันวาคม-เมษายน ผลผลิตแต่ละช่วงของหมู่บ้านจึงขึ้นกับฝนตกต้องตามฤดูกาล และมีการซื้อผลผลิตจากที่อื่น เช่น อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอวารินชำราบ เพื่อเป็นการผลิตข้าวเม่าได้อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากข้าวเม่าถือเป็นอาหารและขนมชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนภาคอีสานนิยมรับประทานซึ่งการบริโภคข้าวเม่านี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในประเทศไทยแต่พบได้ในทุกประเทศที่ปลูกข้าว ตั้งแต่ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ภูฎาน อินเดีย และทิเบต โดยข้าวเม่ามีทั้งข้าวเม่าข้าวเหนียว  ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวดำ โดยที่นิยมมากที่สุดคือข้าวเม่าข้าวเหนียว
สำหรับการทำข้าวเม่าของหมู่บ้านคำไหลนั้นได้เริ่มขึ้นราวๆปี พ.ศ.2499 โดยการทำข้าวเม่านั้นใช้ข้าวเม่าอ่อนและใช้หม้อดินทำการคั่วให้สุกแล้วนำไปตำ เพื่อให้ได้ข้าวเม่าอ่อน โดยการทำในสมัยก่อนนั้นจะแตกต่างจากการทำในปัจจุบันโดยไม่มีอุปกรณ์ทุนแรงมาช่วย จึงใช้ระยะเวลานานในการทำ เช่นใช้มือขูดเมล็ดข้าว ทำการคั่วโดยใช้หม้อดิน และใช้แรงคนในการตำข้าวเม่าโดยใช้ครกกระเดื่อง การผลิตข้าวเม่าอ่อนในชุมชนทุกวันนี้มีราวๆ70 ครัวเรือน(แต่มีสมาชิกเข้าร่วมกลุ่มจริงๆ23คน) โดยมีรายได้ต่อครัวเรือน ครัวเรือนละ 2,000 บาท/วัน และระยะเวลาในการทำข้าวเม้าเพื่อหารายได้เป็นอาชีพเสริมนั้นมีระยะเวลาถึง6เดือน ซึ้งถือเป็นเงิน 25,200,000 บาท ที่เข้าชุมชนต่อปี

ขั้นตอนการผลิตข้าวเม่า
ขั้นที่1 นำข้าวที่เกี่ยวเสร็จ(โดยข้าวนั้นกำลังเป็นข้าวน้ำนม)นำมาปั่นเพื่อให้เมล็ดข้าวออกจากรวง

ขั้นที่2 นำเมล็ดข้าวที่ปั่นแล้วนำมาแช่น้ำเพื่อคัดเอาเมล็ดข้าวที่ลีบออก

ขั้นที่3 นำข้าวที่คัดแล้วมานึ่งให้สุก

ขั้นที่4 นำข้าวที่นึ่งสุกแล้วมาคั่วให้สุกและไม่คั่วนานเกินไปเพราะอาจทำให้เหนียวได้

ขั้นที่5 นำข้าวมาผึ่งให้เย็นจากนั้นก็นำข้าวที่ผึ่งเสร็จไปตำเพื่อที่จะร่วนเอาแกลบออก

ขั้นที่6 ข้าวเม่าอ่อนพร้อมรับประทาน (ข้าวเม้านั้นสามารถเก็บไว้ได้นานแต่รสชาติที่ดีจะอยู่ได้ประมาณ3วัน)

ใส่ความเห็น