browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

แนวทางการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ กรณีข้าวอินทรีย์และยางพารา

Posted by on 3 ตุลาคม, 2016

รศ. สมพร อิศวิลานนท์

แนวทางการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ กรณีข้าวอินทรีย์และยางพารา มีหลายกรณี กรณีแรก การสร้างความรู้ให้กับพื้นที่ด้วยการ Research and Innovation สังคมได้ก้าวเข้าสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้า มีกลไกการสร้างประโยชน์ปลายน้ำจากงานวิจัย มีการขับเคลื่อนสินค้าของชุมชนสู่ตลาดโลกซึ่งต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลัก มีกระบวนการใช้ R&I ในการยกระดับสินค้าสู่ Value Chain กรณีที่สอง แรงกดดันต่อเกษตรกรในพื้นที่สู่ประเด็นวิจัย แรงกดดันดังกล่าวได้แก่ การเข้าสู่ยุคการแข่งขันทางการค้า ความจำเป็นที่ต้องสร้างมาตรฐานสินค้าในยุคการค้าเสรี ความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศโลก นำไปสู่เงื่อนไขทางการค้าและการปรับตัว แรงขับเคลื่อนจากด้านอุปสงค์สู่ความต้องการอาหารปลอดภัยและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แรงกดดันจากปัญหาในชุมชน การเข้าสู่ยุคขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร มูลค่าเพิ่มภาคเกษตรกรรมต่อเกษตรกรอยู่ในระดับต่ำ และการสูญเสียโอกาสของเกษตรกรรายย่อย กรณีที่สาม ความท้าทายใหม่ของข้าวไทย ในการปรับเปลี่ยนจาก mass เป็น niche ความท้าทายดังกล่าวได้แก่ ไทยมีความสามารถในการแข่งขันการส่งออกข้าวลดลง ส่วนหนึ่งได้แก่ ต้นทุนการผลิตสูง ถึงแม้ข้าวไทยมีคุณภาพสูง แต่ก็มีปัญหาการจัดการข้าวหลายสูตร การปรับเปลี่ยนการผลิตแบบ mass ไปสู่การผลิตแบบ niche ปัญหาการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากพื้นที่การผลิตเท่าเดิม ความท้าทายในการใช้นวัตกรรมช่วยต่อเติมห่วงโซ่อุปทานเป็นห่วงโซ่คุณค่า รวมทั้งการทำให้ข้าวเป็นมากได้มากกว่าอาหารจานหลัก นอกจากนี้ สิ่งท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การทำให้เกษตรกรรายย่อยคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตเพื่อการแข่งขันในยุคการค้าเสรี และการเชื่อมโยงมาตรฐานสินค้าระดับสากลและระดับท้องถิ่น

กรณียางพารา ประเทศไทยมีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารามากขึ้น และผลผลิตยางโลกก็ขยายตัวเช่นกัน ขณะที่การเคลื่อนไหวราคายางธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง ปัญหาการผลิตยางของไทยได้แก่ การผลิตยางที่ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐาน ทำให้ไม่ได้ราคาดี ดังนั้น จึงควรมีการปรับตัวภายใต้แรงกดดันด้านราคา นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีความกดดันในการก้าวพ้นจากความยากจน เนื่องจากการขาดความรู้และนวัตกรรมในการพัฒนาระบบการผลิตให้ได้คุณภาพ ขาดความรู้การจัดการและการตลาด ดังนั้น จึงต้องมีการส่งเสริมให้เกษตรกรขับเคลื่อนสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งในอาชีพเกษตรกรให้ได้ในอนาคต

ใส่ความเห็น