browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

การเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

Posted by on 27 สิงหาคม, 2012

จากการเสวนา “มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน : มุมมองจากภายนอก” วันที่ 30 ก.ค.55 และสัมมนา “เตรียมรับมือ AEC ผลกระทบต่อวิชาชีพบัญชี” วันที่ 1 ส.ค. 55 กทม. ได้กล่าวถึงการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศให้เป็นชุมชนที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยสมาชิกในชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และสมาชิกในชุมชนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ภายใต้ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน ฉบับที่ 2 (Declaration of ASEAN Concord II) ซึ่งกำหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนภายในปี 2563 ซึ่งต่อมาได้ตกลงให้มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นมาเป็นภายในปี 2558
การเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวทันการเป็นประชาคมอาเซียน โดย
1.เรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศสมาชิก เพื่อเพิ่มความสามารถในการติดต่อสื่อสารในอนาคต
2.พัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญในงานสาขาเฉพาะด้านอย่างมีมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานที่สูงขึ้น
3.ศึกษาข้อมูลพื้นฐานทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก รวมทั้งกฎ ระเบียบ และข้อบังคับของอาเซียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
         นอกจากนี้ ผลกระทบของ AEC ต่อธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ซึ่งจะต้องมีการปรับตัว ตื่นตัว และรวมตัวมากขึ้น รวมทั้งต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การรู้จักใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
สำหรับนักบัญชีการเตรียมความรู้/ศึกษาในเรื่องมาตรฐานการบัญชี /มาตรฐานรายงานการเงิน (IFRS) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันทุกประเทศ ต่างกันตรงบางประเทศอาจจะยังไม่บังคับใช้เต็มรูปแบบ
ปัญหาด้านแรงงาน เมื่อเปิดการค้าตามกฎเกณฑ์ AEC จะทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานระดับล่างอย่างรุนแรงเนื่องจากการเดินทางกลับประเทศของผู้ใช้แรงงาน ส่วนแรงงานฝีมือ มีอาชีพเปิดเสรี 7 สาขาได้แก่
แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวกร ช่างสำรวจ สถาปนิก และนักบัญชี ซึ่งจะทำให้ 3 อาชีพแรกเกิดการขาดแคลนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า
การเปิดเสรีด้านธุรกิจบัญชี AEC จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1.ด้านการทำบัญชี เช่น เปิดสำนักงานทำบัญชี ต่างประเทศอาจจะเข้ามาแย่งงานได้ยาก
2.ด้านการสอบบัญชี เป็นไปตามเงื่อนไขของ CPA ในแต่ละประเทศ ซึ่งต่างประเทศเข้ามาแย่งงานได้มาก
3.ด้านภาษีอากร เช่นการให้คำปรึกษาด้านภาษี เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะเรามีความรู้มากกว่าต่างชาติ เพราะใช้ประมวลกฎหมายของไทย
          ดังนั้น การดำเนินธุรกิจบัญชีทั้งบริการบัญชีระหว่างประเทศ ซึ่งต่างชาติจะถือหุ้นได้ 70 % ในปี 2558 หรือการจัดตั้งสำนักงานบัญชีในต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องศึกษากฎหมายในการดำเนินธุรกิจของแต่ละประเทศสมาชิกซึ่งแตกต่างกันไป เช่น การกำหนดจำนวนของหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น ระยะเวลาในการทำงาน จำนวนของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละสำนักงาน หรือแม้กระทั่ง ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

2 Responses to การเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

  1. ศิริรัตน์ เจนศิริศักดิ์

    สาขาบัญชีเป็นสาขาเดียวในคณะบริหารศาสตร์ที่มีจุดขายที่เด่นมากในการผลิตบัณฑิตให้มีอาชีพหนึ่งใน 7 ของสาขาวิชาชีพเสรีที่สามารถเคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้ ดังนั้นในสาขาเองสามารถเอาจุดเด่นนี้มาประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษาเพื่อเข้าเรียนในสาขาบัญชีได้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม หากสาขาจะพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามประเทศในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ก็อาจปรับให้มีการเรียนรู้ในเรื่อง หลักการบัญชีหรือหลักการสอบบัญชีของประเทศต่างๆในอาเซียน หรือการภาษีอากรระหว่างประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มเป็นวิชาเลือกให้กับนักศึกษาในสาขาบัญชีก็ได้

  2. pimolphun@gmail.com

    สำหรับการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ AEC ที่เห็นประจักษ์ชัดเจน หลังจากได้เดินทางไปแนะแนวหลักสูตรของคณะบริหารศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตอีสานใต้ นั่นคือ
    1. การปักธงชาติ 10 ประเทศ ซึ่งจะนิยมปักไว้หน้าโรงเรียน แทบจะทุกโรงเรียน โดยเฉพาะโรงแรียนใหญ่ๆ นอกจากนี้ระหว่างนั่งรถผ่าน โรงเรียนประถมก็ทันสมัย ด้วยการปักธงชาติ AEC เช่นเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด อันดับต้นๆ ที่สามารถจะปลูกฝั่งให้เยาวชนคุ้นเคยมากขึ้น
    2. การจัดบอร์ด เป็นวิธีที่ครูหลายๆ แห่ง ให้นร.มีกิจกรรมเสนอความรู้ AEC บางโรงเรียน เช่น ลือคำหาญ มีการจัดบอร์ด ที่เน้นรายละเอียดมาขึ้น เช่น ดอกไม้ประจำชาติ ซึ่งทำให้ได้ให้นร. เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งผู่่เขียนเองไปยืนอ่านก็เพ่งรู้ว่า ดอกกล้วยไม้ เป็นดอกไม้ประจำประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำสายการบินอีกด้วย และ เป็นดอกไม้ส่งออกของไทยเราด้วย
    3. กีฬาสี เมื่อปลายปีไปโรงเรียนที่จังหวัดหนองคาย โชคดีเป็นช่วงเตรียมกีฬาระหว่างโรงเรียน ซึ่งเห็นเด็กนร. ซ้อมใหญ่ ด้วยกิจกรรมแสดงเต้นรำของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นวิธีที่น่ารักไม่เบาสำหรับการสร้างความรู้ให้กับทั้งนร. และ ผู้ชมทั่วไป
    4. การแทรกความรู้ในวิชา ขอยกตัวอย่่าง วิชาที่ผู้เขียนสอน ก็พยายามแทรกกิจกรรม AEC ด้วยการให้นศ.ค้นหาและวิเคราะห์เว็บไซต์ประเทศอะไรก็ได้ในกลุ่ม AEC ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความคุ้นเคยนามสกุลของเว็บไซต์ได้ในระดับหนึ่ง

    นอกจากนี้ สังเกตว่า เมื่อไหร่ที่ถามคำถามเพื่อให้น้อง ๆ ล่ารางวัลจากการไปแนะนำหลักสูตร จะเห็นว่าตอบได้ซะส่วนใหญ่ ซึ่งสัมผัสได้ว่า นร. จะเป็นกลุ่มที่มีความรู้อาเซียนมากกว่านศ. พอสมควร
    ฉะนั้น จึงเป็นบทบาทของครูทุกคนที่ต้องให้ลูกศิษย์มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อ ไม่ได้ด้วยกว่ามหาวิทยาลัยในเมืองกรุง ที่เค้าเริ่มเปิดแบบ AEC นั่นคือ เดือน สค. ตลอดจนบางแห่งเช่น พระจอมเกล้าธนบุรี มีการเรียนการสอน ภาษาที่ 3 คือ ภาษาบาฮาซา เรียบร้อยแล้ว

ใส่ความเห็น