โครงการอบรมจรรยาบรรณนักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา

การอบรมจรรยาบรรณนักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา มีการอบรมเกี่ยวกับ สารสนเทศการสืบค้นข้อมูลระบบออนไลน์และการเขียนบรรณานุกรม การใช้โปรแกรม Zotero ข้อควรรู้ใน (ร่าง) พ.ร.บ. การวิจัยในคน พ.ศ……. และระเบียบข้อบังคับสำหรับนักวิจัย กระบวนการขอรับการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมาตรฐานการดำเนินงาน (SOP)

Categories: อบรม-สัมมนา | Leave a comment

ROI กับงานสร้างสรรค์

ปลายปี 2558 ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมนาในงาน Sunee IT Expo หัวข้อ Stock Photo งานนี้จัดที่ห้างสุนีย์แกรนด์ งานนี้แม้จะจัดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่วิทยากรผู้บรรยาย เป็นผู้ที่มีความสามารถในระดับประเทศ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าระดับโลกก็ว่าได้ เนื่องจากท่านเป็น Photo Stock Contributor ให้กับ Web Photo stock หลายแห่ง เช่น getty image, shutter stock photo,iStock เหล่านี้เป็นต้น

“คุณสุระ นวลประดิษฐ์” เดิมเป็นพนักงานในบริษัทเมล็ดทานตะวัน ตรามือ เคยได้รับมอบหมายให้ทำสื่อนำเสนอเพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานในองค์กร ท่านใช้เวลาสร้างเนื้อหาและค้นหาภาพประกอบสำหรับนำมาใช้ในงานของตัวเอง จนกระทั่งไปพบภาพใน stock photo โดยบังเอิญ ทำให้รู้ว่างานอดิเรกที่ตนเองทำอยู่แล้วคือการถ่ายภาพสามารถสร้างรายได้และเป็นอาชีพได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสถานที่หรือเครื่องมือราคาสูงๆ แต่อย่างใด

คุณสุระได้กล่าวในงานสัมนาว่ามูลค่าทางการตลาดของ Stock Photo ในปีหนึ่งๆ มีสูงถึงพันล้านบาท และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและสังคมออนไลน์ทำให้มีความต้องการสื่อที่เป็นดิจิตอลมากขึ้น เช่น ภาพวีดีโอ (footage) ภาพประกอบเรื่องทั้งในส่วนของภาพถ่ายและภาพเว็กเตอร์ (Vector,Illustration) ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วตลาดของ Stock photo มักจะเป็นกลุ่มของบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ สถานี วิทยุ โทรทัศน์ เว็บไซต์ โดยเฉพาะเมื่อ video streaming กำลังได้รับความนิยมและแพร่หลาย ความต้องการเนื้อหาใหม่ๆ จึงมีอยู่ตลอดเวลา

คุณสุระยังได้กล่าวอีกว่า ในอนาคตธุรกิจเชิงสร้างสรรค์จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ผู้ที่มีเนื้อหาที่ใหม่กว่า ดีกว่าจะได้เปรียบ แต่อย่างไรก็ดีการสร้างงานเพื่อตลาดของ Stock Photo ในประเทศไทย ยังมีข้อบกพร่องและปัญหาหลายอย่างที่ทำให้สัดส่วนของ Stock Contributor กับสัดส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่าภูมิภาคอื่นของโลก เช่น สหภาพยุโรป หรือกล่าวในอีกความหมายหนึ่งก็คือ อัตราผลตอบแทนต่อชิ้นงาน (Return of Income) ของประเทศไทยน้อยกว่าที่อื่นๆ ในโลก ทั้งนี้เนื่องจากขาดคุณภาพในด้านเนื้อหา Contributor ส่วนใหญ่เน้นที่จำนวนของชิ้นงานแต่ไม่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาว่าสามารถนำไปใช้งานในด้านใดได้บ้าง รวมไปถึงปัญหาด้านการลอกเลียนแบบ ดังนั้น นอกจากความสามารถทางด้านเทคนิค กระบวนการผลิต ทักษะและความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการสร้างผลงานให้มีเนื้อหา ให้น่าสนใจ มีความแปลกใหม่ ตรงกับความต้องการของตลาดในแต่ล่ะช่วงเวลาจัดว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับตัวกระผมแล้วจากความรู้ทั้งหมดที่ได้เข้าร่วมในการสัมนาในครั้งนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับวิธีการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบสอนด้วยกัน 2 วิชา คือ Business Computer Graphics, Business Web Application และ Creating Animation for Business ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และออกแบบงานทางด้านกราฟิกอันมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพประกอบทั้งในส่วนของภาพถ่าย วีดีโอ และ ภาพแบบ Vector

12341278_1010531545656256_4767369621391592670_n

Categories: ทั่วไป, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

จํานวนและคุณวุฒิของอาจารย์ตามแนวทางการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2558

ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปประชุมสัมมนา เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2558 ที่โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ขอนแก่น จ.ขอนแก่น วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559

โดยมีเแนวทางฯ สำคัญๆ 18 ข้อ แต่แนวทางที่สำำคัญและกระทบกับอาจารย์ผู้สอนมากที่สุดคือข้อที่ ๙  เพราะอาจารย์ต้องต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ซึ่งรายละเอียดเป็นดังนี้

๙. จํานวนและคุณวุฒิของอาจารย์

๙.๑ อาจารย์ประจําหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และอาจารย์ผู้สอน ทั้งอาจารย์ประจําและอาจารย์พิเศษ ต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเกณฑ์มาตรฐาน หลักสูตร นอกจากนั้น ในระดับบัณฑิตศึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กําหนดเช่นกัน หน้า ๒๗ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๒๙๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ทั้งนี้ อาจารย์ประจําที่สถาบันอุดมศึกษารับเข้าใหม่ตั้งแต่เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศใช้ ต้องมีคะแนนทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ ที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง มาตรฐานความสามารถภาษาอังกฤษ ของอาจารย์ประจํา สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่เผยแพร่รายชื่อและคุณวุฒิของอาจารย์ทุกประเภทข้างต้น ของแต่ละหลักสูตรในแต่ละภาคการศึกษา โดยเผยแพร่ในเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้ง ปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อให้สาธารณชนและสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสามารถ ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการผดุงรักษามาตรฐานและคุณภาพการศึกษาของชาติ

๙.๒ คุณวุฒิที่สัมพันธ์กับสาขาวิชาของหลักสูตร หมายถึง คุณวุฒิที่กําหนดไว้ใน มาตรฐานสาขาวิชาที่ประกาศไปแล้ว หากสาขาวิชาใดยังไม่มีประกาศมาตรฐานสาขาวิชา หรือประกาศ มาตรฐานสาขาวิชาไม่ได้กําหนดเรื่องนี้ไว้ ให้อ้างอิงจากกลุ่มสาขาวิชาเดียวกันในตารางของ ISCED (International Standard Classification of Education) ๙.๓ คุณสมบัติด้านตําแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ประจําหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบ หลักสูตร และอาจารย์ผู้สอน ตลอดจนอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ของหลักสูตรกลุ่มวิชาการ และหลักสูตรกลุ่มวิชาชีพหรือปฏิบัติการ ควรเป็นตําแหน่งทางวิชาการที่ได้ จากการประเมินผลงานที่สอดคล้องกับลักษณะของกลุ่มหลักสูตรนั้น ๆ กรณีอาจารย์ใหม่ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก แม้ยังไม่มีผลงานทางวิชาการ หลังสําเร็จการศึกษาอนุโลมให้เป็นอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาโทได้ แต่ทั้งนี้หากจะทําหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอน ในระดับปริญญาเอก หรือเป็นอาจารย์ประจําหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์ และอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ต้องมีผลงานทาง วิชาการภายหลังสําเร็จการศึกษาอย่างน้อย ๑ ชิ้น ภายใน ๒ ปี หรือ ๒ ชิ้น ภายใน ๔ ปี หรือ ๓ ชิ้น ภายใน ๕ ปี

ทั้งนี้เพื่อให้เราเตรียมความให้คุณวุฒิอาจารย์ คณะบริหารศาสตร์ แต่ละสาขาวิชาเป็นไปตามประกาศกระทรวงฯ

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

หลักสูตรการ Thailand Quality Awards

เกณฑ์การประเมินคุณภาพมาตรฐานองค์กร TQA โครงการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2559

ในวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2559 มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์กร

โดยเนื้อหาหลักในการประเมินคูรภาพองค์กนั้น จะแบ่ออกเป็น 7 หมวดดังนี้

หมวดที่ 1 การนำองค์กร

หมวดที่ 2 กลยุทธ์

หมวดที่ 3 ลูกค้า

หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้

หมวด 5 บุลากร

หมวด 6 การปฏิบัติการ

หมวด 7 ผลลัพธ์

โดยในการเข้าสู่การประเมินนั้น องค์จะต้องเขียนรายงานโครงร่างองค์กร เพื่อขอเข้ารับการประเมินดังนี้

ลักษณะองค์กร (Organizational Description) หัวข้อนี้กล่าวถึงลักษณะและความสัมพันธ์ที่สำคัญที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมขององค์กร เจตจำนงของหัวข้อนี้ คือ การกำหนดบริบทสำหรับองค์กร

สภาวการณ์ขององค์กร (Organizational Situation) ในหัวข้อนี้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันที่องค์กรดำเเนินงานอยู่ รวมถึงความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ทเี่สำคัญ และยังเน้นถึงแนวทางที่องค์กรใช้ในการปรับปรุงผลการดำเนินการ รวมทั้งการเรียนรู้

ประกอบด้วยโดยมีค่านิยมหลักและแนวคิด (Core Values and Concepts) ดังนี้

  • มุมมองเชิงระบบ (Systems Perspective)
  • การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์(Visionary Leadership)
  • การเรียนรู้ระดับองค์กร และความคล่องตัว (Organizational learning and Agility)
  • การให้ความสำคัญกับบุคลากร (Valuing People)
  • การมุ่งเน้นความสำเร็จ (Focus on Success)
  • การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง (Management by Fact)
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม (Societal Responsibility)
  • จริยธรรมและความโปร่งใส (Ethics and Transparency)
  • การส่งมอบคุณค่าและผลลัพธ์ (Delivering Value and Results)

ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมดคือ 1000 คะแนน ซึ่งคะแนนแต่ละด้านมีระดับคะแนนแตกต่างกัน คะแนนหมวด 7 ผลลัพธ์มีมากที่สุดคือ 400 คะแนน ส่วนคะแนนหมวดอื่นๆ มีประมาณ 100 คะแนน

ถ้าองค์กรใดได้คะแนนสูงกว่า 350 คะแนน คือว่าอยู่ในระดับ TQC  และคะแนนประเมินสูงกว่า 650 คะแนน องค์กรก็จะได้ระดับ TQA

ข้าพเจ้าหวังอย่างยิ่งว่าสักวันหนึงคณะบริหารศาสตร์จะได้มีโอกาสมาตรฐานด้านการบริหารจัดการขององค์กร และได้รางวัลของ TQC ในอนาคตต่อไป

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

AUN QA และ CUPT QA

มาแน่ๆ เตรียมรับกับระบบประกันคุณภาพทั้งในระดับหลักสูตรและระดับคณะ …. เมื่อจะต้องอยู่กับระบบ เราจำเป็นต้องมีคุณภาพควบคู่กับการทำงาน…. การประกันคุณภาพคือระบบของการป้องกัน ไม่ใช่ระบบการตรวจสอบ …สิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่เราจะต้องปรับแนวคิดให้เป็นสัมมาทิฏฐิเสียก่อน…
……ทัศนคติ สำคัญ การมีทัศนคติที่ถูกต้อง นำมาซึ่งการทำงานที่มีความสุข… “งานได้ผล คนเป็นสุข”…ถ้าทำแล้ว ไม่มีความสุข ก็ปรับที่ใจของเราเอง…. ไม่มีใครบังคับให้เราต้องทนทำ ในสิ่งที่เราไม่มีความสุข… ^_^

สุข การการทำงาน เริ่มจากการปรับทัศนคติ…  55555

(เก็บตกประเด็น การจากอบรม การประกันคุณภาพการศึกษาตามคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา CUPT QA เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องศรีเมืองใหม่ สำนักงานอธิการบดี)

มีความคืบหน้าอย่างไร เกี่ยวกับระบบการประกันคุณภาพ CUPT QA จะเข้ามาแลกเปลี่ยนใหม่นะคะ ^_^

Categories: ทั่วไป, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

การจัดการความรู้งานรับปริญญา ตอนที่ ๒

เมื่อคราวที่แล้วเราได้พูดถึงขั้นตอนในเรื่องของการเตรียมการเพื่อทำคำสั่งต่างๆ ที่ฝ่ายจัดการจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีเงิน และคนมาช่วยงาน และเมื่อเราเตรียมการเรียบร้อยเราจะขยับไปดำเนินการเพื่อพิจารณาในขั้นที่ ๓ คือที่ การกำหนดบุคคลที่เบิกตัวบัณฑิต (ขานชื่อบัณฑิต)  ซึ่งผมเองต้องการเล่าถึงลำดับและขั้นตอนของการทำงาน ดังนี้  

คณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

คณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

๓. การกำหนดบุคคลที่เบิกตัวบัณฑิต (ขานชื่อบัณฑิต) โดยในส่วนนี้ค่อนข้างที่จะมีความสำคัญเพราะคนที่มาอ่านเพื่อเบิกตัวบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนั้นจะต้องเป็นคนที่อ่านรายชื่อคล่อง อ่านมีจังหวะระหว่างชื่อและนามสกุล ออกอักขระถูกต้องชัดเจน และที่สำคัญจะต้องมีน้ำเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้งด้วย และจากที่ผ่านมาคณะบริหารศาสตร์จะพยายามคัดเลือกจากผู้บริหารของคณะก่อน เพื่อไปทดสอบน้ำเสียง และทดลองอ่านก่อนอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ ซึ่งจะมีคณะกรรมการฝ่ายจัดการบัณฑิตของมหาวิทยาลัยร่วมพิจารณา สำหรับจำนวนคนอ่านนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนนักศึกษา ซึ่งผมเองมองว่าน่าจะประมาณ ๑ คนอ่านต่อบัณฑิต ๒๐๐ คน น่าจะกำลังพองาม เพื่อไม่ให้เสียงแหบเสียงแห้งเกินไป อีกทั้งไม่เกิดความกังวลใจว่าจะอ่านรายชื่อตรงกับการเข้ารับพระราชทานหรือไม่ เพราะจากเงื่อนไขของทางมหาวิทยาลัยกำหนดนั้นคือ ๑ นาทีต้องเข้ารับพระราชทานให้ได้ ๓๐ คน อย่างไรก็ตามในปีนี้ ผมเองเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ทางคณะส่งไปเพื่อคัดเลือกเป็นผู้ขานชื่อบัณฑิตให้ไปทดสอบน้ำเสียง และจากการทดสอบการอ่านรายชื่อต่อคณะกรรมการปรากฏว่าผ่านเกณฑ์ แต่ต้องไปซักซ้อมให้เกิดความคล่องแคล่วแม่นยำ เพราะรายชื่อบัณฑิตบางคนค่อนข้างยาว และเป็นชื่อเฉพาะที่อ่านค่อนข้างยาก และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเองต้องบอกเลยว่าตอนอ่านต่อหน้าพระที่นั่งนั้น เป็นอะไรที่เกร็ง และกังวลตลอดเวลา เพื่อที่จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด แต่ก็ผิดพลาดจนได้ ดังนั้น เฉพาะประเด็นนี้ผมเองจึงอยากจะเล่าให้กับผู้ที่จะต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป เพื่อที่จะได้เตรียมตัวให้ถูกเมื่อต้องไปทำหน้าที่ อีกทั้งเป็นการบันทึกความทรงจำเพื่อที่ตนจะต้องไปทำหน้าที่ในครั้งต่อไป และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงอยากจะบันทึกประเด็นที่ต้องพิจารณา และการเตรียมตัว  ดังนี้

๓.๑ ต้องเป็นคนที่มีบุคลิกดี  หลายคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญ แต่ผมเองจะให้ความสำคัญ เพราะการอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ จะต้องเป็นอะไรที่สง่างาม สมพระเกียรติ อีกทั้งเป็นการให้เกียรติกับพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ให้เกียรติกับบัณฑิตที่มารับพระราชทาน มีสัดส่วนของความสูงพอ เหมาะสมส่วน หากกำหนดได้น่าจะอยู่ที่ประมาณ ๑๕๐-๑๘๐ ซม. ไม่อ้วน ไม่ผอมเกินไป คล่องแคล่ว

๓.๒ มีน้ำเสียงที่ไพเราะ การมีน้ำเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้งเป็นอะไรที่น่าฟัง ไม่ทุ่ม ไม่แหลม จนเกินไป

๓.๓ อ่านหนังสือได้อย่างถูกต้องชัดเจน ในประเด็นนี้รวมทั้งการออกเสียงควบกล้ำ อักขระชัดเจน

๓.๔ ไม่อ่านเร็วและช้าเกินไป โดยปกติมหาวิทยาลัยจะกำหนดการเข้ารับพระราชทาน ๑ นาที ต่อ ๓๐ คน

๓.๕ เทคนิคการอ่าน ต้องอ่านชื่อ และนามสกุลของบัณฑิตคนนั้นๆ ให้ต่อเนื่องกัน และมีการเว้นวรรคระหว่างรายชื่อเล็กน้อย

๓.๖ การอ่านรายชื่อคนที่มียศตำแหน่งนำหน้า เช่น ว่าที่ร้อยตรี คนอ่านจะต้องอ่านชื่อยศและรายชื่อติดกัน

๓.๗ ซ้อมอ่านรายชื่อให้คล่อง หลังจากได้รายชื่อไปแล้วจะต้องไปซ้อมอ่านรายชื่อให้คล่อง และอ่านให้ถูกต้องเพื่อเป็นเกียรติให้กับคนเข้ารับพระราชทาน หากไม่แน่ใจจะต้องไปถามบัณฑิตว่าอ่านชื่อเขาถูกต้องหรือไม่ หรือ หากรายชื่อที่อ่านยากๆ เราอาจจะต้องทำเครื่องหมาย หรือเขียนเป็นคำอ่านกำกับไว้ด้วยเหมือนกับคาราโอเกะ เช่น พฤษติยากรณ์ (พึด-ติ-ยา-กอน) เป็นต้น

๓.๘ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนวันอ่านจริงจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อจะได้ไม่ง่วงและทีสติสัมปัฏชัญญะที่ดี

๓.๙ อย่าไปรับประทานอาหารที่แสลง ก่อนวันอ่านต้องทนุถนอมร่างกาย และที่สำคัญอย่าไปกินอาหารที่แสลง และไม่เคยกิน เพราะอาจจะมาสำแดงได้ในเวลาทำงานจริง

๓.๑๐ พยายามถนอมน้ำเสียง ก่อนการอ่านต้องถนอมน้ำเสียงของตนเอง โดยอาจจะดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาวก็ได้ในตอนเช้าๆ ของการฝึกซ้อม และวันจริง ไม่ควรใช้เสียงมากก่อนการอ่านจริง เพราะจากที่ผ่านมาตนเองต้องใช้เสียงเพื่อรวบรวม เช็คชื่อบัณฑิตก่อนเข้าพิธี จึงทำให้ไม่มีเสียง หรือเสียงไม่ใสตอนอ่านจริง

๓.๑๑ จำชื่อและหน้าตาบัณฑิตให้ได้ การจะจำชื่อบัณฑิตและหน้าตาทุกคนได้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้น จึงต้องพยายามจำหน้าตาคนแรก และ ๕ คนสุดท้ายให้ได้ เพื่อเราจะได้อ่านให้สอดคล้องกัน

๓.๑๒ อย่าดื่มน้ำมากจนเกินไป ในวันที่อ่านจริงเราจะต้องเตรียมการให้แล้วเสร็จล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ ชั่วโมง ดังนั้น หากดื่มน้ำมากจะต้องไปฉี่บ่อย ซึ่งไม่สะดวกเพราะการเข้าออกเขตพิธีอาจจะลำบาก ดังนั้น ควรจิ๊บน้ำแต่พอดีเพื่อไม่ให้เสียงแหบแห้งก็พอ แต่การจะทำได้จะต้องฝึกให้เกิดความเคยชินอย่างน้อย ๓ วัน

๓.๑๓ การอ่านชื่อเป็นคนสุดท้าย เป็นอะไรที่ลำบากมากเพราะจะต้องขานชื่อให้ทัน และให้จบตรงกับคนสุดท้ายพอดี ดังนั้น หากไม่พอดีจำเป็นจะต้องอ่านวนซ้ำ ในกรณีที่เราอ่านเร็วกว่า หรือหากเราอ่านช้าก็คงต้องหยุดตรงคนสุดท้ายพอดี ซึ่งเราจะต้องชำเรืองสายตาดูบัณฑิตด้วย

๓.๑๔ ทำใจให้สบายและหายใจเข้าออกลึกๆ  ก่อนขึ้นอ่านประมาณสัก ๕ นาที เราต้องทำใจให้สบายๆ หายใจเข้าลึกๆ เพราะเราเตรียมตัวมาดีแล้ว หากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นก็ต้องปล่อยไป แต่ผมมีความเชื่อว่าหากเราเตรียมตัวมาดีคงไม่มีอะไรผิดพลาด

๓.๑๕ ไมโครโฟนไม่ดูดเสียง ปกติการอ่านรายชื่อจะมีไมโครโฟนอยู่ ๒ ตัว ดังนั้น ก่อนขึ้นอ่านจริงเราต้องทดสอบทั้ง ๒ ตัว เพราะเราไม่แน่ใจว่าเราจะได้อ่านไมตัวไหน หากว่าเราไม่ได้อ่านเป็นแรก เราจะต้องทดสอบความดังให้พอเหมาะ เพราะปีนี้ผมคิดว่าผมบกพร่องที่น้ำเสียงเบาไปหน่อย เพราะยืนห่างไมไปนิดนึง และไมโครโฟนไม่ดูดเสียงด้วย ฉะนั้น เพื่อลดการผิดพลาดเราจะต้องมีการทดสอบให้เกิดความมั่นใจ

                จากแนวทางดังกล่าว… ผมค่อนข้างที่จะมีความมั่นใจว่าท่านจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในการจัดการบัณฑิตเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร หากท่านมีการจัดการและเตรียมความพร้อมที่ดีตามแนวทางดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแนวทางที่ผมทำเท่านั้นซึ่งไม่ใช่สูตรสำเร็จ หากแต่ว่าท่านนำไปเป็นแนวทางแล้วปรับให้เป็นสูตรของท่านผมเชื่อว่าประสบความสำเร็จแน่นอน

 

Categories: ทั่วไป | Tags: | Leave a comment

การตรวจสุขภาพธุรกิจ ด้วยการวินิจฉัยสถานประกอบการ

การวินิจฉัยสถานประกอบการ เป็นการตรวจสุขภาพขององค์กร ซึ่งมีแนวคิดหลัก ดังนี้

– Performance & System ต้องตรวจสอบผลการดำเนินงานในเชิงตัวเลข และระบบการทำงาน เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน และหาสภาพปัญหาในเบื้องต้น

– 3 GEN (3 จริง) คือทำจริง เห็นจริง และวิเคราะห์จากสภาพจริง

– Root Cause Analysis วิเคราะห์ถึงปัญหาและสาเหตุ

– Fact & Data การได้มาซึ่งความจริงและข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ ขอข้อมูล และสังเกต

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการวินิจฉัย วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของกิจการ จำเป็นต้องหาข้อมูลผลการดำเนินงานทั้ง 5 ด้านของกิจการ ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการ ด้านการบริหารบุคลากร ด้านการตลาด ด้านการผลิต และด้านการเงินและบัญชี รวมถึงแนวโน้มทางการตลาดและการแข่งขัน

นอกจากนี้ ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยปัญหาแบ่งเป็นปัญหาทางด้านบวกและด้านลบ

ปัญหาด้านบวก คือการที่กิจการต้องพัฒนาระบบและวิธีการทำงานทางด้านต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วย Quality Cost Delivery Safety Moral Ethics and Environment

ปัญหาด้านลบ คือปัญหาที่แก้ไขแล้วทำให้ลดลงแล้วจะส่งผลดีต่อกิจการ ประกอบด้วย Overproduction Unnecessary stock Unnecessary transportation Unnecessary motion Non-effective process Delay/Idle time and Defects/Rework

Categories: บริการวิชาการ, อบรม-สัมมนา | 1 Comment

แนวทางการเลือกเครื่องมือทางสถิติ

จากการอบรมการทำวิจัยและการใช้สถิติ โดยรศ.ดร.สุทธนู ศรีไสย์ ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ว่าการจะสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยให้มีคุณภาพได้นั้นจำเป็นต้องคำนึงถึง ชนิดของเครื่องมือ ความตรงของเครื่องมือ และความเที่ยงของเครื่องมือ ดังนี้

  1. ชนิดของเครื่องมือ – แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสังเกต หรือแบบทดลอง จะใช้วิธีการใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ต้องการศึกษา ซึ่งเครื่องมือวิจัยที่มีคุณภาพ หากเป็นการทดลองก็จะต้องควบคุมตัวแปรให้เหมาะสม หรือหากเป็นวิจัยทางสังคมศาสตร์ก็จะต้องมีแบบวัดที่ดี สามารถจำแนกผลได้
  2. ความตรงของเครื่องมือ

– เนื้อหา ตรงกับวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย

– เห็นพ้องต้องกัน เห็นพ้องของผู้ทรงในการทำ IOC

– โครงสร้าง การจัดวางคำถาม

– พยากรณ์ เลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสม

  1. ความเที่ยงของเครื่องมือ – ทดสอบแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการเก็บ

การจะสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนางานวิจัย ซึ่งในการอบรมท่านยังได้กล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น หลักการเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

Categories: วิจัย, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

ฐานข้อมูลวิชาการ EBSCO Discovery Service

เป็นฐานข้อมูลวิชาการที่สามารถสืบคืนข้อมูลได้ 3 ส่วนได้แก่
EDS สืบค้นบทความ
FTF สืบคืนวารสาร
PULINET สืบค้นหนังสือ
ซึ่งมีพันธมิตรหลายค่าย ได้แก่ NEWSbank, Elsevier, JSTOR, Web of Science, OAlster, NBER, ECONIS, KISS และ อื่นๆ มีลักษณะเด่นคือ

  1. subject Index คือ การสืบค้นจาก subject จะมีโอกาสพบข้อมูลได้มากกว่า
  2. Rich metadata คือ ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากกว่าฐานข้อมูลวารสารวิชาการอื่น ๆ

สามารถดาวน์โหลดคู่มือได้จาก http://support.ebsco.com/knowledge_base/detail.php?topic=996&id=4706&page=1 หรือดูวิดิโอสอนการใช้งานที่ http://support.ebsco.com/training/flash_videos/pfi/pfi.html

 

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

การจัดการความรู้งานรับปริญญา ตอนที่ 1

จะจัดการงานพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้เรียบร้อยด้วยดีได้อย่างไร?

เป็นคำถามของอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องมาช่วยดำเนินงานพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สำเร็จการศึกษาในปี ๒๕๕๗ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา  ทุกคำถามต่างพุ่งเป้ามาที่ผมในฐานะประธานคณะทำงานฯ ทำให้ผมต้องวิ่งประสานงานอย่างรีบเร่งเพราะเป็นครั้งแรกที่ต้องมารับงานแบบทั้งหมด และเหลือเวลาอีกไม่ถึง ๑๕ วันทำการ แต่สุดท้ายการจัดงานเพื่อให้บัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บัณฑิตมีความพึงพอใจ คนส่วนใหญ่ชมว่าดี แต่ก็มีคนส่วนน้อยติชมอยู่บ้าง ซึ่งจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปคณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

คณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการย้ำเตือนความทรงจำ อันจะได้นำไปใช้ในครั้งต่อไป และเป็นแนวทางสำหรับน้องใหม่ที่เข้ามารับงานเป็นครั้งแรก จะได้ไม่สับสน และมีความกังวลเช่นเดียวกับผมในการเข้ามารับงานครั้งแรก จึงอยากจะถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่องในสิ่งที่ผมได้ดำเนินงานมาทั้งหมด สู่กันฟัง แต่อย่างไรก็ตามจากแนวทางที่ผมและทีมงานได้ดำเนินงานมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท และวัฒนธรรมขององค์กรด้วย และจากที่ผมได้ดำเนินการมาผมแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ ช่วง คือ ก่อนบัณฑิตรายงานตัว  ระหว่างการรายงานตัวฝึกซ้อมและรับ และหลังรับ โดยมีลำดับการทำงานอยู่ ๙ ขั้นตอน ดังนี้

๑. การจัดทำข้อเสนอโครงการรับขวัญบัณฑิต เป็นโครงการที่จะต้องเสนอของบประมาณ ซึ่งจะต้องบรรจุอยู่ในแผนงานกิจกรรมของคณะ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการคณะก่อน เพื่อจะให้เรามีงบประมาณมาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารว่างสำหรับบัณฑิตและอาจารย์ในการฝึกซ้อม ค่าอาหารทำการนอกเวลา ค่าของที่ระลึก ช่อดอกไม้แสดงความยินดี ซุ้มแสดงความยินดีทั้งในส่วนของคณะ และสโมสรนักศึกษา ปกติดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี

๒. การแต่งตั้งคำสั่ง ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ

๒.๑ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยจะให้โควตาต่อจำนวนบัณฑิตที่จะเข้ารับ ไม่เกิน ๒๐๐ คน กรรมการ ๗ คน หากเกิน ๒๐๐ คน ใช้เกณฑ์ ๒๕ : ๑ คน โดยขอไปยังสาขาตามจำนวนและสัดส่วนของบัณฑิตที่จะเข้ารับ โดยทำหน้าที่ในการฝึกซ้อมย่อย ฝึกซ้อมใหญ่ การเช็คชื่อบัณฑิตในแต่ละช่วงเวลา การร่วมถ่ายภาพกับบัณฑิต การนำแถวบัณฑิตเพื่อเข้าสู่เขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร การเข้านั่งในเขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร (หากสมัครใจ) ซึ่งไม่ใช่ทุกคนแต่ต้องมีอย่างน้อย ๒ คน เพื่อคอยให้สัณญาณการลุก – นั่ง ช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งปีนี้คณะบริหารศาสตร์มีบัณฑิตเข้ารับทั้งหมด ๕๕๐ คน ดังนั้น คณะเราจึงมีอาจารย์ที่ต้องไปช่วยดูแลถึง ๒๒ คน

๒.๒ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของของคณะฯ โดยธรรมเนียมปฏิบัติจะแต่งตั้งอาจารย์ทุกสาขาและทุกคนที่ไม่ได้เป็นกรรมการของมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการ เพื่อให้เกียรติ และร่วมฝึกซ้อมบัณฑิตของสาขาตนเอง โดยทำหน้าที่ในการฝึกซ้อมย่อยบัณฑิตของแต่ละสาขา การลงทะเบียนและการเช็คชื่อบัณฑิตในแต่ละช่วงเวลา ในการซ้อมย่อย การร่วมถ่ายภาพกับบัณฑิต การนำแถวบัณฑิตเพื่อเข้าสู่เขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันรับจริง การเข้านั่งในเขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร (หากสมัครใจ) เสนอแนะในครั้งต่อไป ให้มีการประชาสัมพันธ์ และรับสมัครเอาเฉพาะคนที่สนใจที่จะร่วมเป็นกรรมการฝ่ายจัดการบัณฑิตเท่านั้น เพื่อให้เกิดความกระชับ และด้านงบประมาณ แต่สำหรับการถ่ายภาพร่วมกับบัณฑิตควรเชิญคณาจารย์ทุกท่าน

๓.๓ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของคณะ และโครงการรับขวัญบัณฑิต โดยทำหน้าที่ในการรับลงทะเบียน เช็คชื่อ จัดการอาหาร เครื่องดื่มทั้งในส่วนของบัณฑิตและคณะทำงาน ตกแต่งสถานที่ ประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดสดสัณญาณงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร รวมทั้งจัดทำซุ้มแสดงความยินดีกับบัณฑิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของฝ่ายสนับสนุนที่จะต้องขอความร่วมมือในการดำเนินการ

๑.๔ คำสั่งขออนุมัติทำงานนอกเวลาราชการ เนื่องจากการเตรียมทำงานในช่วงของวันหยุด และนอกเวลาราชการ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการเพื่อขออนุมัติในหลักการล่วงหน้า และต้องขอตั้งไว้ในส่วนของโครงการด้วยเพื่อจะไม่มีปัญหาด้านการเบิกจ่าย

จากกระบวนการดักล่าว นับว่าเป็นการเตรียมการที่สำคัญ ที่ประธานคณะทำงานจะต้องวางแผนและติดตามทุกระยะเพื่อไม่ให้งานมีปัญหาเมื่อถึงเวลาจริง สำหรับกระบวนการต่อไปขอให้ติดตามตอนที่ ๒ ต่อไป

ขอบคุณครับ

Categories: ทั่วไป | Tags: | Leave a comment