การตรวจสุขภาพธุรกิจ ด้วยการวินิจฉัยสถานประกอบการ

การวินิจฉัยสถานประกอบการ เป็นการตรวจสุขภาพขององค์กร ซึ่งมีแนวคิดหลัก ดังนี้

– Performance & System ต้องตรวจสอบผลการดำเนินงานในเชิงตัวเลข และระบบการทำงาน เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน และหาสภาพปัญหาในเบื้องต้น

– 3 GEN (3 จริง) คือทำจริง เห็นจริง และวิเคราะห์จากสภาพจริง

– Root Cause Analysis วิเคราะห์ถึงปัญหาและสาเหตุ

– Fact & Data การได้มาซึ่งความจริงและข้อมูล โดยการสัมภาษณ์ ขอข้อมูล และสังเกต

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการวินิจฉัย วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของกิจการ จำเป็นต้องหาข้อมูลผลการดำเนินงานทั้ง 5 ด้านของกิจการ ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการ ด้านการบริหารบุคลากร ด้านการตลาด ด้านการผลิต และด้านการเงินและบัญชี รวมถึงแนวโน้มทางการตลาดและการแข่งขัน

นอกจากนี้ ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยปัญหาแบ่งเป็นปัญหาทางด้านบวกและด้านลบ

ปัญหาด้านบวก คือการที่กิจการต้องพัฒนาระบบและวิธีการทำงานทางด้านต่างๆให้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วย Quality Cost Delivery Safety Moral Ethics and Environment

ปัญหาด้านลบ คือปัญหาที่แก้ไขแล้วทำให้ลดลงแล้วจะส่งผลดีต่อกิจการ ประกอบด้วย Overproduction Unnecessary stock Unnecessary transportation Unnecessary motion Non-effective process Delay/Idle time and Defects/Rework

Categories: บริการวิชาการ, อบรม-สัมมนา | 1 Comment

แนวทางการเลือกเครื่องมือทางสถิติ

จากการอบรมการทำวิจัยและการใช้สถิติ โดยรศ.ดร.สุทธนู ศรีไสย์ ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ว่าการจะสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยให้มีคุณภาพได้นั้นจำเป็นต้องคำนึงถึง ชนิดของเครื่องมือ ความตรงของเครื่องมือ และความเที่ยงของเครื่องมือ ดังนี้

  1. ชนิดของเครื่องมือ – แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสังเกต หรือแบบทดลอง จะใช้วิธีการใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ต้องการศึกษา ซึ่งเครื่องมือวิจัยที่มีคุณภาพ หากเป็นการทดลองก็จะต้องควบคุมตัวแปรให้เหมาะสม หรือหากเป็นวิจัยทางสังคมศาสตร์ก็จะต้องมีแบบวัดที่ดี สามารถจำแนกผลได้
  2. ความตรงของเครื่องมือ

– เนื้อหา ตรงกับวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย

– เห็นพ้องต้องกัน เห็นพ้องของผู้ทรงในการทำ IOC

– โครงสร้าง การจัดวางคำถาม

– พยากรณ์ เลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสม

  1. ความเที่ยงของเครื่องมือ – ทดสอบแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการเก็บ

การจะสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนางานวิจัย ซึ่งในการอบรมท่านยังได้กล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น หลักการเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

Categories: วิจัย, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

ฐานข้อมูลวิชาการ EBSCO Discovery Service

เป็นฐานข้อมูลวิชาการที่สามารถสืบคืนข้อมูลได้ 3 ส่วนได้แก่
EDS สืบค้นบทความ
FTF สืบคืนวารสาร
PULINET สืบค้นหนังสือ
ซึ่งมีพันธมิตรหลายค่าย ได้แก่ NEWSbank, Elsevier, JSTOR, Web of Science, OAlster, NBER, ECONIS, KISS และ อื่นๆ มีลักษณะเด่นคือ

  1. subject Index คือ การสืบค้นจาก subject จะมีโอกาสพบข้อมูลได้มากกว่า
  2. Rich metadata คือ ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากกว่าฐานข้อมูลวารสารวิชาการอื่น ๆ

สามารถดาวน์โหลดคู่มือได้จาก http://support.ebsco.com/knowledge_base/detail.php?topic=996&id=4706&page=1 หรือดูวิดิโอสอนการใช้งานที่ http://support.ebsco.com/training/flash_videos/pfi/pfi.html

 

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

การจัดการความรู้งานรับปริญญา ตอนที่ 1

จะจัดการงานพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้เรียบร้อยด้วยดีได้อย่างไร?

เป็นคำถามของอาจารย์และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องมาช่วยดำเนินงานพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สำเร็จการศึกษาในปี ๒๕๕๗ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา  ทุกคำถามต่างพุ่งเป้ามาที่ผมในฐานะประธานคณะทำงานฯ ทำให้ผมต้องวิ่งประสานงานอย่างรีบเร่งเพราะเป็นครั้งแรกที่ต้องมารับงานแบบทั้งหมด และเหลือเวลาอีกไม่ถึง ๑๕ วันทำการ แต่สุดท้ายการจัดงานเพื่อให้บัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บัณฑิตมีความพึงพอใจ คนส่วนใหญ่ชมว่าดี แต่ก็มีคนส่วนน้อยติชมอยู่บ้าง ซึ่งจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปคณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

คณาจารย์นำแถวบัณฑิตเข้าสู่เขตพิธี

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการย้ำเตือนความทรงจำ อันจะได้นำไปใช้ในครั้งต่อไป และเป็นแนวทางสำหรับน้องใหม่ที่เข้ามารับงานเป็นครั้งแรก จะได้ไม่สับสน และมีความกังวลเช่นเดียวกับผมในการเข้ามารับงานครั้งแรก จึงอยากจะถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่องในสิ่งที่ผมได้ดำเนินงานมาทั้งหมด สู่กันฟัง แต่อย่างไรก็ตามจากแนวทางที่ผมและทีมงานได้ดำเนินงานมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท และวัฒนธรรมขององค์กรด้วย และจากที่ผมได้ดำเนินการมาผมแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ ช่วง คือ ก่อนบัณฑิตรายงานตัว  ระหว่างการรายงานตัวฝึกซ้อมและรับ และหลังรับ โดยมีลำดับการทำงานอยู่ ๙ ขั้นตอน ดังนี้

๑. การจัดทำข้อเสนอโครงการรับขวัญบัณฑิต เป็นโครงการที่จะต้องเสนอของบประมาณ ซึ่งจะต้องบรรจุอยู่ในแผนงานกิจกรรมของคณะ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการคณะก่อน เพื่อจะให้เรามีงบประมาณมาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารว่างสำหรับบัณฑิตและอาจารย์ในการฝึกซ้อม ค่าอาหารทำการนอกเวลา ค่าของที่ระลึก ช่อดอกไม้แสดงความยินดี ซุ้มแสดงความยินดีทั้งในส่วนของคณะ และสโมสรนักศึกษา ปกติดำเนินการในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี

๒. การแต่งตั้งคำสั่ง ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ

๒.๑ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยจะให้โควตาต่อจำนวนบัณฑิตที่จะเข้ารับ ไม่เกิน ๒๐๐ คน กรรมการ ๗ คน หากเกิน ๒๐๐ คน ใช้เกณฑ์ ๒๕ : ๑ คน โดยขอไปยังสาขาตามจำนวนและสัดส่วนของบัณฑิตที่จะเข้ารับ โดยทำหน้าที่ในการฝึกซ้อมย่อย ฝึกซ้อมใหญ่ การเช็คชื่อบัณฑิตในแต่ละช่วงเวลา การร่วมถ่ายภาพกับบัณฑิต การนำแถวบัณฑิตเพื่อเข้าสู่เขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร การเข้านั่งในเขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร (หากสมัครใจ) ซึ่งไม่ใช่ทุกคนแต่ต้องมีอย่างน้อย ๒ คน เพื่อคอยให้สัณญาณการลุก – นั่ง ช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งปีนี้คณะบริหารศาสตร์มีบัณฑิตเข้ารับทั้งหมด ๕๕๐ คน ดังนั้น คณะเราจึงมีอาจารย์ที่ต้องไปช่วยดูแลถึง ๒๒ คน

๒.๒ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของของคณะฯ โดยธรรมเนียมปฏิบัติจะแต่งตั้งอาจารย์ทุกสาขาและทุกคนที่ไม่ได้เป็นกรรมการของมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการ เพื่อให้เกียรติ และร่วมฝึกซ้อมบัณฑิตของสาขาตนเอง โดยทำหน้าที่ในการฝึกซ้อมย่อยบัณฑิตของแต่ละสาขา การลงทะเบียนและการเช็คชื่อบัณฑิตในแต่ละช่วงเวลา ในการซ้อมย่อย การร่วมถ่ายภาพกับบัณฑิต การนำแถวบัณฑิตเพื่อเข้าสู่เขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันรับจริง การเข้านั่งในเขตพิธีพระราชทานปริญญาบัตร (หากสมัครใจ) เสนอแนะในครั้งต่อไป ให้มีการประชาสัมพันธ์ และรับสมัครเอาเฉพาะคนที่สนใจที่จะร่วมเป็นกรรมการฝ่ายจัดการบัณฑิตเท่านั้น เพื่อให้เกิดความกระชับ และด้านงบประมาณ แต่สำหรับการถ่ายภาพร่วมกับบัณฑิตควรเชิญคณาจารย์ทุกท่าน

๓.๓ คำสั่งแต่งตั้งฝ่ายจัดการบัณฑิตของคณะ และโครงการรับขวัญบัณฑิต โดยทำหน้าที่ในการรับลงทะเบียน เช็คชื่อ จัดการอาหาร เครื่องดื่มทั้งในส่วนของบัณฑิตและคณะทำงาน ตกแต่งสถานที่ ประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดสดสัณญาณงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร รวมทั้งจัดทำซุ้มแสดงความยินดีกับบัณฑิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของฝ่ายสนับสนุนที่จะต้องขอความร่วมมือในการดำเนินการ

๑.๔ คำสั่งขออนุมัติทำงานนอกเวลาราชการ เนื่องจากการเตรียมทำงานในช่วงของวันหยุด และนอกเวลาราชการ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการเพื่อขออนุมัติในหลักการล่วงหน้า และต้องขอตั้งไว้ในส่วนของโครงการด้วยเพื่อจะไม่มีปัญหาด้านการเบิกจ่าย

จากกระบวนการดักล่าว นับว่าเป็นการเตรียมการที่สำคัญ ที่ประธานคณะทำงานจะต้องวางแผนและติดตามทุกระยะเพื่อไม่ให้งานมีปัญหาเมื่อถึงเวลาจริง สำหรับกระบวนการต่อไปขอให้ติดตามตอนที่ ๒ ต่อไป

ขอบคุณครับ

Categories: ทั่วไป | Tags: | Leave a comment

Slow Travel: Slow Food & Slow Life

Slow Food ถือเป็นกิจกรรมต้นกำเนิดของการท่องเที่ยวแบบเนิบช้า หรือที่เราคุ้นเคยว่า Slow Travel นั่นเอง จากคลิปวิดิโอที่ทุกท่านจะได้ชม จะเห็นการถ่ายทอดมิติของการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมานาน เพียงแค่ตัวเราเองนั้นที่ไม่รู้สึกตัว ดังนั้น อยากฝากให้ทุกท่านลองเข้าไปชมคลิปนี้ดูนะคะ เราจะเห็นประเด็นที่น่าสนใจที่จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานีได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นอกจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริการแล้ว เชือว่าในแขนงวิชาสาขาอื่นๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนได้ด้วยค่ะ

Discover Amazing Stories : PADTHAI 2Mins.

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

Slow Travel โอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวเมืองอุบล

จากการเข้าร่วมงานเสวนาเรื่อง Tourism Trends: Slow Travel ที่จัดขึ้นในงาน Regional Research Expo 2016 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีที่ผ่านมา มีประเด็นน่าสนใจดังต่อไปนี้
1) Slow Travel หรือ Slow Tourism เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1970 มีต้นกำเนิดมาจากทวีปยุโรป และยังคงได้รับความนิยม อาทิ อิตาลี อังกฤษ เยอรมัน โดยเริ่มต้นจากกระแสการต่อต้านวัฒนธรรมเร่งด่วน (Speed Culture) อันได้แก่ การต่อต้านกระแสอาหารจานด่วน หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อของ Fast Food นั่นเอง ดังนั้น Slow food จึงเป็นจุดกำเนิดของ Slow travel
2)ลักษณะของการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel สามารถสรุปง่ายๆ คือ การท่องเที่ยวที่ไม่มีกรอบระยะเวลามาจำกัดการดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบๆตัวเรา เพื่อให้เรามีเวลาได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในท้องถิ่น ธรรมชาติ ศิลปและวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน เช่น การรับประทานอาหารพื้นเมือง การเดินชมตัวเมือง การใช้ยานพาหนะท้องถิ่น ฯลฯ รวมถึงการท่องเที่ยวแบบย้อนยุค อันจะนำมาซึ่งคุณค่าทางการท่องเที่ยวในที่สุด
3) ประเภทของการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel เช่น การเดินเท้าเพื่อการท่องเที่ยว (Walking Tourism) การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว (Cycling Tourism) การโดยสารรถประจำทางท้องถิ่น (Local Bus and Coach Tourism) การเดินทางด้วยรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว (Train Tourism) การเดินทางทางน้ำ (Water-based Travel) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Food Tourism) เป็นต้น
4) กระแสการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel พบว่า ในปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel นั้นได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่าชาวไทย อันเนื่องมาจากแนวคิดและเป้าหมายของการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่แตกต่างจากคนไทย ที่นิยมท่องเที่ยวตามกระแสหรือแฟชั่นมากกว่าจะดื่มด่ำกับบรรยากาศแวดล้อมรอบตัว
5) แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel ในอนาคตประกอบด้วยหลักการสำคัญๆ ที่ควรพิจารณาได้แก่ Slow cost, Slow activity, slow behavior, slow logistic, slow food, slow stay, slow place/city, slow market, slow money, slow development, slow accommodation, slow life และ slow energy

จะเห็นได้ว่า แท้จริงแล้วจังหวัดอุบลราชธานีมีกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel มาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์สำคัญ วัฒนธรรมเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น มีศิลปกรรมที่โดดเด่นและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ตลอดจนวัฒนธรรมอาหาร ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานีมีโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมเรื่องของคุณค่าของการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel อย่างจริงจังนั้น สิ่งแรกที่ควรตระหนักถึงก็คือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel ของผู้เกี่ยวข้องและคนในท้องถิ่น เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือความล้มเหลวทางการท่องเที่ยวได้

ขอขอบคุณข้อมูลเชิงวิชาการจาก ผศ.ดร.บุณยสฤฎ์ อเนกสุข รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

บรรยากาศเย็นๆ แบบ Slow place ณ หนองอีเจม ม.อุบล

บรรยากาศเย็นๆ แบบ Slow place ณ หนองอีเจม ม.อุบล

อีกมุมหนึ่งที่ให้บรรยากาศ Slow place ของหนองอีเจม

อีกมุมหนึ่งที่ให้บรรยากาศ Slow place ของหนองอีเจม

Categories: ทั่วไป, อบรม-สัมมนา | Leave a comment

Moving toward Digital Marketing

ในวันที่ 5 ที่ผ่านมา สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยและคณะวิทยากรจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมวันนักการตลาด…สัญจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 8 และได้มีการเชิญวิทยากรคุณสุรศักดิ์  เหลืองอุษากุล มาบรรยายในหัวข้อเรื่อง “Moving toward Digital Marketing” ก้าวล้ำ นำธุรกิจ การตลาดโลกดิจิตอล ซึ่งวิทยากรได้กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคแห่งโลกดิจิตอล การทำการตลาดของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ จำเป็นที่จะต้องนำดิจิตอลมาใช้ การเข้าสู่ปี 2016 การแข่งขันด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งในทุกๆธุรกิจมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจใดที่เคยทำการตลาดดิจิตอลมาแล้วก็จะต้องเพิ่มกลยุทธ์ด้านเนื้อหาและการดีไซด์ที่ตรงใจลูกค้า เพื่อนำไปสู่การบอกต่อ ส่วนธุรกิจใดที่ไม่เคยใช้และนิ่งเฉยและใช้สื่อเดิมๆ  อาจจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคนี้ ปัจจุบันการสื่อสารการตลาดของธุรกิจมีการใช้สื่อดิจิตอลเพิ่มขึ้น ในขณะที่สื่อเดิมๆอย่างโทรทัศน์ วิทยุุ หนังสือพิมพ์ลดลง  จากแนวโน้มดังกล่าว จะเห็นได้ว่าธุรกิจจะเพิกเฉยต่อสื่อดิจิตอลไม่ได้อีกต่อไป

นอกจากนี้วิทยากรยังกล่าวว่า ในการทำการตลาดดิจิตอลให้ประสบความสำเร็จ นักการตลาดจะต้องเข้าใจคำว่าดิจิตอลอย่างท่องแท้ การตลาดดิจิตอลไม่ใช่การตลาดบนเฟสบุ๊คหรือเว็บไซด์เท่านั้น  แต่การตลาดดิจิตอลหมายถึง การตลาดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งสื่อดิจิตอลมีหลายประเภท  ไม่ว่าจะเป็น Social media, SEO, Viral Marketing, Content Marketing, E-mail Marketing, Mobile Marketing เป็นต้น และการที่จะทำให้การตลาดดิจิตอลประสบความสำเร็จได้นั้น นักการตลาดจะต้องสร้างความแตกต่าง ซึ่งความแตกต่างในที่นี้ คือ การมีตัวตนที่แตกต่าง การจะหาความแตกต่าง 3 สิ่งที่ต้องสนใจ ได้แก่

  1. การแข่งขัน การสำรวจและวิเคราะห์คู่แข่ง
  2. ลูกค้า ลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร  สิ่งที่ลูกค้าต้องการคืออะไร สนใจอะไร เค้าใช้สื่ออะไร  อุปกรณ์อะไรที่เค้าที่ใช้และใช้ในช่วงไหนบ้าง การ Search ของลูกค้าเป็นอย่างไร
  3. เทรนด์ที่น่าสนใจ  ซึ่งจะมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

และการทำการตลาดดิจิตอล สิ่งที่สำคัญคือ

  1. จะต้องสร้างคุณค่า ทำให้ลูกค้าอยู่กับเรามากกว่า 3 วิ
  2. เลือกเครื่องมือที่เหมาะสม
  3. จะต้องมีทีมในการทำตลาดดิจิตอล
  4. ทำให้เร็ว  ปรับให้ไว
  5. ฟัง-เข้าใจ-ทำ
Categories: ทั่วไป | Leave a comment

เส้นทางสู่ นวัตวนิชย์ (Research to Market: R2M) ประจำปี 2558

โครงการ “เส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (Research to Market: R2M)” เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นตามนโยบายของสำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ ที่จะแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรม ผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ งานวิจัย จากสถาบัน การศึกษา สู่เชิงพาณิชย์ เป็นการสร้างโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการต่อยอดงานวิจัยได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และนักศึกษาจะได้รับความรู้ในการเขียนแปผนงานการตลาดอีกด้วย

จากปณิธานของคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพรับใช้สังคม ได้มีนโยบายในการส่งและบ่มเพาะให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในการประกอบอาชีพ เพื่อให้มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการสร้างการประกอบธุรกิจให้เข้มแข็งโดยใช้แผนการตลาด (Marketing Plan) ในการนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ ให้นักศึกษาได้เริ่มต้นเรียนรู้การทำธุรกิจจนถึงการประกวดเข้าแข่งขันแผนการตลาด ภายใต้คำแนะนำ คำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในด้านการเขียนแผนธุรกิจ เป็นการเปิดโอกาส และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่นักศึกษาจะได้รับและนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป

ดังนั้น เวทีเส้นทางสู่ นวัตวนิชย์ (Research to Market: R2M) จึงเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเป็นก้าวแรกสู่การทำงาน และเข้าใจถึงการพัฒนาด้านการสร้างประกอบธุรกิจให้เข้มแข็งโดยแผนการตลาดต่อไป

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

เครื่องมือทางการตลาดกับการรับเข้านักศึกษาต่างชาติ (งานวิเทศสัมพันธ์)

การรับเข้านักศึกษาชาวต่างชาติของมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ (อาทิ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) ในการวางแผนการรับเข้านักศึกษาชาวต่างชาติ มีการตั้งเป้าหมาย เป้าตัวเลข จำนวนนักศึกษาและสัญชาติ โดยมีการทำการตลาดในรูปแบบที่หลากหลาย มีการใช้ส่วนผสมทางการนำเสนอการตลาดแบบเชิงรุกในต่างประเทศที่เป็นรูปธรรม

การส่งเสริมการตลาด (Promotion) เป็นส่วนประกอบหนึ่งของส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) ซึ่งเป็นกระบวนการสื่อสารจากบริษัทหรือบุคคล ไปสู่ผู้รับสารผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถทำให้ส่งสารเชิญชวน เพื่อให้ผู้รับสารร่วมทำ แลกเปลี่ยน บริโภค หรือตระหนักถึงข้อความและตราสินค้าที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อสาร  นักการตลาดใช้การส่งเสริมการตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อตราสินค้า และเพื่อสร้างความตระหนักถึงสินค้าต่อผู้บริโภค เพื่อวัตถุประสงค์ให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าเหล่านั้น โดยมีการใช้ส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด (Promotional Mix) เป็นเครื่องมือที่ธุรกิจสามารถใช้สื่อสารและให้ข้อมูลของสินค้าหรือบริการกับลูกค้า ซึ่งประกอบด้วย 1) การโฆษณา (Advertising) ทางมหาวิทยาลัยมีการทำโฆษณา โดยใช้ทั้งใบปลิว และวิดีโอในภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อทำการนำเสนอในประเทศจีนและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ

2) การขายโดยผ่านพนักงานขาย (Personal Selling) มีการเปิดออฟฟิศในต่างประเทศ และจ้างพนักงานประจำ(คนจีน) ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นพนักงานขาย ซึ่งสามารถแนะนำหลักสูตรให้กับผู้สนใจได้ด้วยตรง

3) การประชาสัมพันธ์ (Publicity and Public Relation) ได้ร่วม Academic Exhibition ในประเทศจีน ซึ่งเป็นงานโปรโมทสถาบันการศึกษาที่จะเข้าถึงนักศึกษาจีนได้

4) การตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Marketing) มีการเปิดเว็บไซท์เป็นภาษาประเทศนั้นๆ ในกลุ่มเป้าหมาย และสามารถให้คำแนะนำและปฏิทินการเข้ารับสมัคร ร่วมถึงวิธีการสมัคร

อย่างไรก็ตามการทำการตลาดจะต้องทำควบคู่ไปกับระบบการจัดการดูแลนักศึกษาต่างชาติที่ดี หลังจากที่นักศึกษาสมัครเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยอีกด้วย

 

 

Categories: ทั่วไป | Leave a comment

การสร้างแบรนด์เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Brands)

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการในวันนักการตลาด…สัญจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 8: A Springboard to Sustainable Success ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น โดยมีวิทยากร คือ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล Brand Strategist & Principal Consultant at The Brandbeing Consultant Co.,Ltd. วิทยากรบรรยายหัวข้อ Sustainable Brands พัฒนาและขับเคลื่อนแบรนด์ของเราไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ได้กล่าวถึงลักษณะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันเป็นโลกของความโปร่งใส (Transparency) ทุกอย่างไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นได้อีกต่อไป เพราะผู้บริโภคสามารถลุกขึ้นมาเป็นสื่อ (Media) ได้ด้วยตนเอง โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก จะเห็นได้จากพฤติกรรม การถ่ายรูปและ Share ใน Social media อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้อนาคตของการประกอบธุรกิจไม่เป็นอย่างที่เคยเป็นมาก่อน โดยลักษณะสำคัญของพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตมีดังนี้

1. Personalization ผู้บริโภคแสวงหาคำว่า สำหรับ “ฉัน” มีความต้องการความพิเศษเฉพาะตน
2. Culture of Sharing ผู้บริโภคต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ชอบการแบ่งปันและเรียกร้องความสนใจ
3. Self-Improvement ผู้บริโภคมีความต้องการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ต้องการดูดีในสายตาผู้อื่น ดังนั้นการเปลี่ยนโฉม การเสริมความงามจึงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องปกปิดอีกต่อไป
4. Co-Creation ผู้บริโภคชอบมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สินค้าและแบรนด์
5. Global Social Conscience ผู้บริโภคจะใส่ใจแบรนด์ที่ใส่ใจโลก แบรนด์ที่สร้างความยิ่งใหญ่ คำนึงถึงแต่ผลกำไร จะไม่มีใครรักและชื่นชอบ

Brand คือชื่อเสียง ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการเท่านั้น แต่ยังมีความหมายรวมถึงคุณภาพของคนในองค์กรและอัตลักษณ์ขององค์กรด้วย ซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนควรประกอบด้วย 3Ps ได้แก่ Profit, People and Planet และการสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน (Sustainable Brand) นั้น จะต้องคำนึงถึงตั้งแต่การเลือกวัสดุ, กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลกระทบระหว่างและหลังการใช้งานอีกด้วย และวิทยากรได้ทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนว่า เมื่อเราสามารถสร้างแบรนด์อย่างพอเพียงแล้วเราจะมีความสามารถในการแข่งขันที่ไม่แพ้ภัยตัวเอง ไม่เอาเปรียบสังคม ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันที่ “ยั่งยืนกว่า”

Categories: อบรม-สัมมนา | Tags: , , , | Leave a comment